
โลกแย่เฟดลดดอกเบี้ยนานเกิน
ตลาดเกิดใหม่เสี่ยงไม่พร้อมรับเฟด ชี้เป็นผลจากสหรัฐใช้ดอกเบี้ยต่ำนานเกินไป
ตลาดเกิดใหม่เสี่ยงไม่พร้อมรับเฟด ชี้เป็นผลจากสหรัฐใช้ดอกเบี้ยต่ำนานเกินไป
ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (บีไอเอส) เปิดเผยว่า ความผันผวนในตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ จะส่งผลให้ตลาดเกิดใหม่มีสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่มากที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจ 2008 หากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปี
คลอดิโอ โบริโอ หัวหน้าฝ่ายการเงินและเศรษฐกิจของบีไอเอส ยังเปิดเผยอีกด้วยว่า ปริมาณหนี้ในสกุลเงินเหรียญสหรัฐของบรรดาเอกชนในประเทศกำลังพัฒนาปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น โดยจะอยู่ที่มากกว่า 3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 108 ล้านล้านบาท) ในไตรมาส 4 ของปี 2015 นี้
นอกจากนี้ แม้ปริมาณหนี้ในสกุลเงินเหรียญสหรัฐจะน้อยกว่าปริมาณหนี้ในสกุลดังกล่าวในช่วงหลายวิกฤตเศรษฐกิจก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม บีไอเอส ระบุว่า การแข็งค่าขึ้นของค่าเงินเหรียญสหรัฐมีศักยภาพเพียงพอที่จะกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ รวมถึงเศรษฐกิจของตลาดเกิดใหม่ยังเสี่ยงชะลอตัวลงอีกด้วย
ในขณะเดียวกัน ข้อมูลจากบีไอเอส ระบุว่า ปริมาณเงินทุนไหลเข้าในประเทศตลาดเกิดใหม่เริ่มปรับตัวลดลงมาตั้งแต่ช่วงไตรมาส 4 ของปี 2014 และในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2015 ปริมาณเงินทุนไหลเข้าประเทศพัฒนาแล้วจะปรับตัวเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่ก่อนวิกฤตเศรษฐกิจปี 2008
การเปิดเผยดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) เรียกร้องให้เฟดชะลอการขึ้นดอกเบี้ยออกไปก่อน เนื่องจากเกรงจะกระทบต่อตลาดเกิดใหม่ และกระทบกลับไปยังเศรษฐกิจของสหรัฐในที่สุด
อย่างไรก็ตาม บีไอเอส เห็นขัดแย้งกับไอเอ็มเอฟและเวิลด์แบงก์ โดย โบริโอ ระบุว่า ความเสี่ยงและปัญหาที่ตลาดเกิดใหม่กำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน เป็นผลมาจากการใช้อัตราดอกเบี้ยต่ำใกล้ศูนย์ของเฟดมาตลอดช่วง 9 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ปี 2006
“เป็นไปไม่ได้และอันตรายมากที่จะคิดว่านโยบายทางการเงินสามารถช่วยเหลือและเยียวยาความป่วยของเศรษฐกิจโลก” โบริโอ กล่าว
ทั้งนี้ ตลาดทั่วโลกต่างจับตาการประชุมคณะกรรมการผู้กำหนดนโยบายการเงินของเฟด (เอฟโอเอ็มซี) ในวันที่ 16-17 ก.ย.นี้ โดยไฟแนนเชียล ไทมส์ ระบุว่า จำนวนนักลงทุนที่เชื่อมั่นว่าเฟดจะชะลอการขึ้นดอกเบี้ยออกไปก่อนปรับตัวเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ประเทศตลาดเกิดใหม่ต่างเตรียมรับมือกับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด







