
อย่าใจร้อน
ท่ามกลางการจับตามองจากบรรดานักลงทุนต่อการพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นทั่วโลก ทางด้านตลาดการเงินเชื่อว่ามีความเป็นได้ที่เฟดจะชะลอการขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ย.ออกไปก่อน และตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค.แทน
ท่ามกลางการจับตามองจากบรรดานักลงทุนต่อการพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นทั่วโลก ทางด้านตลาดการเงินเชื่อว่ามีความเป็นได้ที่เฟดจะชะลอการขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ย.ออกไปก่อน และตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค.แทน
หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทมส์ ระบุว่า เหตุผลที่เฟดต้องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ล้วนมีสาเหตุมาจากปัญหาภายในประเทศทั้งสิ้น
ยกตัวอย่างเช่น การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น อัตราการว่างงานที่ปรับลดลง รวมถึงปริมาณแรงงานในตลาดแรงงานลดลงต่ำสุดในรอบ 40 ปี จะส่งผลให้ค่าแรงของแรงงานที่มี
รายได้น้อยปรับตัวเพิ่มขึ้น และจะส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อของสหรัฐในที่สุด
อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานของสหรัฐยังอยู่ต่ำกว่าระดับเป้าหมาย 2% ของเฟด และแม้ค่าแรงจะขยายตัวก็จริง แต่ก็ปรับตัวลดลงไปในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2015 ซึ่งค่าแรงขยายตัวต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 1982
นอกจากนี้ การปล่อยสินเชื่อของธนาคารในสหรัฐที่เข้มงวดมากขึ้น ประกอบกับค่าเงินเหรียญสหรัฐที่แข็งค่าขึ้น จะส่งผลกระทบด้านลบต่ออัตราเงินเฟ้อเช่นกัน
ดังนั้น ไฟแนนเชียล ไทมส์ ระบุว่า เฟดจึงยังไม่ควรขึ้นอัตราดอกเบี้ย แม้เสียงสะท้อนจากตลาดเกิดใหม่ ซึ่งไม่รวมจีน จะเรียกร้องให้เฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ย เพื่อลดความผันผวนที่เกิดขึ้นในตลาดการเงินขณะนี้ก็ตาม
เนื่องจากสิ่งสำคัญสำหรับเฟดคือการทำให้เศรษฐกิจสหรัฐเติบโตอย่างมั่นคง ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโลกในที่สุด ไม่ใช่การช่วยเหลือตลาดการเงินในประเทศอื่น







