
มาเลย์อัดฉีดตลาดหุ้น
ความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจมาเลเซียวูบหายไปอย่างมาก เห็นได้จากค่าเงินริงกิตของมาเลเซียที่อ่อนค่าลงแรงไปแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง 1998 หลังจากที่เรื่องอื้อฉาวของนายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัค ได้ฉุดความเชื่อมั่นต่อทั้งตัวนาจิบเอง และเศรษฐกิจลงไปพร้อมกันด้วย
ความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจมาเลเซียวูบหายไปอย่างมาก เห็นได้จากค่าเงินริงกิตของมาเลเซียที่อ่อนค่าลงแรงไปแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง 1998 หลังจากที่เรื่องอื้อฉาวของนายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัค ได้ฉุดความเชื่อมั่นต่อทั้งตัวนาจิบเอง และเศรษฐกิจลงไปพร้อมกันด้วย
ดังนั้น จึงไม่แปลกที่นายกรัฐมนตรี นาจิบ จะประกาศอัดฉีดตลาดหลักทรัพย์เป็นมูลค่า 4,600 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 165 แสนล้านบาท) ผ่านบริษัทสินทรัพย์ “แวลูแคป” รัฐวิสาหกิจของมาเลเซีย เพื่อสนับสนุนหลักทรัพย์ของภาคเอกชนที่มีมูลค่าต่ำกว่าความเป็นจริง รวมถึงสร้างเสถียรภาพให้ตลาดหลักทรัพย์อีกด้วย
การเปิดเผยดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากที่ตลาดหลักทรัพย์ของมาเลเซียปรับตัวลดลงไป 95 นับตั้งแต่ต้นปี 2015 อย่างไรก็ตาม ภายหลังการประกาศอัดฉีดตลาดหลักทรัพย์ดังกล่าว ตลาดหลักทรัพย์ของมาเลเซียปรับตัวพุ่งแรงไปปิดตลาดที่แดนบวก 2.3%
นอกจากนี้ นาจิบ ยังประกาศยกเว้นอัตราภาษีให้แก่ภาคส่วนโรงงานที่นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศอีกด้วย ภายหลังจากค่าเงินริงกิตที่อ่อนลงกระทบต่อการค้าของมาเลเซีย ประกอบกับราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์อันเป็นสินค้าส่งออกหลักของมาเลเซียยังปรับตัวลดลงอีกด้วย
ทั้งนี้ นาจิบ ประสบกับเรื่องอื้อฉาวว่ายักยอกเงินจากกองทุนพัฒนามาเลเซีย (วันเอ็มดีบี) มูลค่าเกือบ 700 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยนาจิบยังคงปฏิเสธเรื่องอื้อฉาวดังกล่าว







