
Omotenashi Shikoku 7
เช้าวันนี้เราออกเดินทางจากจังหวัดคางาวะ มุ่งหน้าสู่จังหวัดเอฮิเมะ (Ehime) เพื่อร่วมงาน Shikoku Inbound Fair
เช้าวันนี้เราออกเดินทางจากจังหวัดคางาวะ มุ่งหน้าสู่จังหวัดเอฮิเมะ (Ehime) เพื่อร่วมงาน Shikoku Inbound Fair ที่จัดขึ้นในเมือง Matsuyama เมืองเอกหรืออำเภอเมืองของจังหวัดเอฮิเมะ ก่อนเข้างานเราแวะทานอาหารกลางวันที่ร้าน Goshiki กันก่อน ร้านนี้เขาดังมากในเมือง มัทสึยามะ โดยเฉพาะเมนู Somen หลายท่านอาจจะคุ้นกับเมนูเส้นอย่างโซบะ ราเมง และอุด้งมากกว่า แต่โซเม็งนี่อาจจะไม่ค่อยได้ยินเพราะไม่ได้มีขายกันแพร่หลายเหมือน 3 เส้นหลัก ถ้าเปรียบเทียบกันให้เห็นภาพชัดๆ ก็ประมาณ อุด้งคือเส้นใหญ่ โซบะคือเส้นเล็ก ราเมงคือบะหมี่เหลือง และโซเม็งก็คือเส้นหมี่ขาว แค่เปรียบเทียบให้เห็นภาพนะครับ ไม่ใช่ว่ารสชาติหรือขนาดจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ ขออธิบายเพิ่มเติมละกันครับ วัตถุดิบที่ใช้ทำโซเม็งนั้นเหมือนกันกับอุด้งคือใช้แค่แป้งหมี่หรือแป้งสาลีผสมกับน้ำและเกลือนิดหน่อย ที่เหลือคือทักษะและฝีมือล้วนๆ และอาจจะมีฝีเท้าด้วยสำหรับซานุกิอุด้ง สำหรับการทานเส้นโซเม็งจะทานแบบเย็นกันมากกว่า โดยทานกับซุปซอส (Tsuyu) ที่ทำมาจากปลาคัทสึโอะตากแห้ง บางแห่งมีการเสิร์ฟที่น่าสนใจด้วยการสร้างรางไม้ไผ่ปล่อยน้ำให้ไหลลงจากราง แล้วคนเสิร์ฟก็จะปล่อยเส้นให้ไหลลงไปตามราง คนกินก็มือหนึ่งถือตะเกียบอีกมือถือถ้วยซุปซอสยืนรออยู่สองข้างราง คอยจ้วงเส้นที่ไหลลงมาแล้วจุ่มซอสก่อนคีบใส่ปาก ผมเคยทานแบบนี้หลายหน ยอมรับเลยว่าทั้งสนุกสนานและอร่อยจริงๆ การทานแบบนี้เรียกว่า Nagashi-somen
ที่ร้าน Goshiki ถึงจะเสิร์ฟกันแบบปกติ แต่ที่มีชื่อเสียงก็เพราะเส้นโซเม็งของเขาเป็นเส้น 5 สี ที่มีประวัติยาวนานกว่า 300 ปี เส้นแต่ละสีมีส่วนผสมของวัตถุดิบที่ต่างกันคือ สีเหลืองจากไข่ สีเขียวจากใบชา สีน้ำตาลจาก Buckwheat สีแดงจากบ๊วยและใบชิโสะ และสีขาวทำจากข้าวสาลีล้วน อาหารกลางวันของเราแน่นอนว่าต้องมีโซเม็ง 5 สีมาให้ลิ้มลอง ซึ่งไม่ผิดหวังเลยครับ เส้นนุ่มเหนียวไม่น่าเชื่อ ถ้าเป็นอุด้งหรือราเมงที่เส้นมีความหนากว่านี่ยังพอเข้าใจ แต่โซเม็งนี่เส้นบางมากแต่ก็มีความเหนียวไม่น้อย ทานกับ Tsuyu รสชาติเค็มบางๆ แซมรสขิงเล็กน้อย อร่อยชื่นใจมาก นอกจากโซเม็งแล้ว เครื่องเคียงของเขาก็จัดเป็น 5 สีให้เข้ากันอีกด้วย
เมนูขึ้นชื่ออีกอย่างของร้านนี้คือ Tai-meshi หรือข้าวหน้าปลากะพง ซึ่งเป็นเมนูชื่อดังของจังหวัดเอฮิเมะด้วยเช่นกัน เพราะน่านน้ำแถบนี้อุดมไปด้วยปลากะพงและจับได้มากเป็นอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น ข้าวหน้าปลากะพงของเอฮิเมะมี 2 แบบ แบบแรกจะหุงข้าวโดยนำปลากะพงหั่นเป็นชิ้นแล้ววางลงในหม้อข้าว ปิดฝารอจนข้าวสุกแล้วค่อยตักเสิร์ฟ เป็นที่นิยมอยู่ทางแถบเมืองอิมาบาริและมัทสึยามะ ส่วนแบบที่สองเป็นข้าวสวยร้อนๆ ท็อปปิ้งด้วยปลากะพงซาชิมิที่ชุ่มซอสและตอกไข่ดิบไว้ด้านบนอีกที เป็นแบบฉบับของเมือง Uwajima ทางตอนใต้ ที่ร้านนี้เขาเสิร์ฟแบบแรกให้เราทาน ปลากะพงชิ้นโตวางอยู่บนข้าวหุงร้อนๆ ที่หอมกรุ่นไปด้วยกลิ่นปลา ปกติต้องแอบมีกลิ่นคาวบ้างแต่นี่ไม่มีเลย แสดงว่าปลาต้องสดมาก เวลาทานก็คลุกเคล้าเนื้อปลากับข้าวให้เข้ากันเสียก่อน ตักข้าวร้อนๆ ใส่ปากอร่อยเกินคาดครับ หรือจะรินน้ำชาผสมในถ้วยข้าวทานเป็น Tai Chazuke ก็อร่อยไปอีกแบบ ใครที่มาเที่ยวเมือง Matsuyama แล้วอยากลิ้มลอง 2 เมนูนี้ก็มักจะมาทานที่ร้าน Goshiki นี่แหละครับ







