posttoday
หุ้นโลกร่วงระนาว หวั่นเฟดขึ้นดอกเบี้ยป่วนค่าเงิน

หุ้นโลกร่วงระนาว หวั่นเฟดขึ้นดอกเบี้ยป่วนค่าเงิน

11 กันยายน 2558

ตลาดหุ้นทั่วทั้งโลกเข้าสภาพดิ่งตัวลงอย่างรวดเร็ว หลังจากนักลงทุนกังวลว่าค่าเงินของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่จะอ่อนค่าอย่างหนักหากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้มูลค่าหุ้นที่ปรับขึ้นมาทั้งสัปดาห์หายไปทั้งหมด

ตลาดหุ้นทั่วทั้งโลกเข้าสภาพดิ่งตัวลงอย่างรวดเร็ว หลังจากนักลงทุนกังวลว่าค่าเงินของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่จะอ่อนค่าอย่างหนักหากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้มูลค่าหุ้นที่ปรับขึ้นมาทั้งสัปดาห์หายไปทั้งหมด

ดัชนีนิกเกอิ 225 ของญี่ปุ่นปรับตัวลงราว 2.51% อยู่ที่ 18,299.62 จุด ถึงแม้ในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาจะขยับขึ้นไปเกือบ 8% เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่เชื่อว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะขยายมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ขณะที่ดัชนีฮั่งเส็งที่ฮ่องกงปรับตัวลง 2.57% อยู่ที่ 21,562.50 จุด และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตที่ตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ขยับลง 1.39% อยู่ที่ 3,197.89 จุด เช่นเดียวกับตลาดหุ้นในเกาหลีใต้ ไทย อินโดนีเซีย ไต้หวัน และฟิลิปปินส์ ที่ขยับตัวลง

ดัชนีเอ็มเอสซีไอตลาดเกิดใหม่ ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดความเคลื่อนไหวในตลาดหุ้นของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาปรับตัวลดลง 0.9% ลงไปอยู่ที่ 802.52 จุด เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 10 ก.ย.

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากรายงานตัวเลขจ้างงานของสหรัฐเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมาปรับดีขึ้นอย่างแข็งแกร่งกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์กันไว้ สอดคล้องกับเป้าหมายของเฟดซึ่งต้องการให้ตลาดแรงงานและเงินเฟ้อแข็งแกร่งก่อนการขึ้นอัตราดอกเบี้ย

ในวันเดียวกันค่าเงินของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่อ่อนค่าลงกันถ้วนหน้า โดยสกุลเงินริงกิตของมาเลเซีย และสกุลเงินรูเปียห์ของอินโดนีเซียอ่อนค่าลงไปอยู่ในระดับเดียวกับช่วงการปะทุของวิกฤตการเงินเอเชียปี 1997 (วิกฤตต้มยำกุ้ง)

นอกจากนี้ ความเคลื่อนไหวในตลาดหุ้นยังเป็นผลมาจากกรณี สแตนดาร์ด แอน พัวร์ จัดอันดับเครดิตของพันธบัตรรัฐบาลบราซิลลงไปอยู่ที่ระดับ BB+ หรือระดับ “ขยะ”

เช่นเดียวกับการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (พีพีไอ) ปรับลดลงถึง 5.9% ถือเป็นการปรับตัวลงที่ต่ำที่สุดในรอบ 42 เดือน สร้างความกังวลว่าเศรษฐกิจจีนซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก จะถลำลึกเข้าสู่สภาพชะลอตัว

ด้านธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) ประกาศอนุญาตให้ธนาคารกลางต่างประเทศสามารถซื้อขายเงินตราต่างประเทศในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศแบบออนชอร์ได้ เพื่อให้เสรีภาพตลาดการเงินจีนมากขึ้นและสร้างเสถียรภาพให้กับเงินหยวน

วิเวียน โล รองประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนแห่งฟิลิป แคปปิตอล แมนเนจเมนต์ ที่มาเลเซีย แสดงความเห็นว่า การลงทุนในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่เริ่มคลายมนต์เสน่ห์ลงจากสถานการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจที่เริ่มชะลอตัว ส่งผลให้เกิดสภาพทุนไหลออกจากกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่

“สภาพทุนไหลออกจากกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่และความผันผวนที่เกิดขึ้นในตลาดหุ้นน่าจะดำเนินไปอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะถึงช่วงสิ้นปีนี้ เราแนะนำให้ถือเงินสดไว้และเลือกเฟ้นสินทรัพย์ที่จะเข้าซื้อ” โล กล่าว

ขณะที่ตลาดหุ้นหลายแห่งในยุโรปดิ่งตัวลงมากกว่า 1% หลังจากทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่องตลาดช่วง 3 วันที่ผ่านมา โดยในช่วงเย็นของวันที่ 10 ก.ย. ดัชนีฟุตซี่ 100 ของอังกฤษเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ
 6,188.85 จุด ลดลง 0.64% เมื่อราคาปิดเมื่อวันก่อนหน้า เช่นเดียวกันดัชนีแด็กซ์ซึ่งอยู่ที่ราว 10,276.90 จุด ลดลงราว 0.31%

อย่างไรก็ตาม ดัชนีซื้อขายล่วงหน้าของเอสแอนด์พี 500 ปรับตัวขึ้น 0.5% หลังจากวันก่อนหน้าดิ่งลงไป 1.39% อยู่ที่ 1,942.04 จุด จากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี

เนเดอร์ มาอีมี หัวหน้าฝ่ายจัดสรรสินทรัพย์ที่มีพลวัตสูงของเอเอ็มพี อินเวสเตอร์ ในซิดนีย์ แสดงความเห็นว่า ตลาดหุ้นยังคงจะอยู่ในภาวะผันผวนเช่นนี้ต่อไปจนกว่าเฟดจะประชุมกันในวันที่ 16-17 ก.ย.นี้ โดยการสำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์ของบลูมเบิร์กกว่า 26% เชื่อว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้และน่าจะปรับขึ้นราว 0.375%

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI