
นายกฯมาเลย์ลั่นไม่ลาออก
“นาจิบ” ยันไม่ลาออก กลุ่มผู้ประท้วงยุติการชุมนุม ด้านชาวมาเลเซียฉลองวันชาติ
“นาจิบ” ยันไม่ลาออก กลุ่มผู้ประท้วงยุติการชุมนุม ด้านชาวมาเลเซียฉลองวันชาติ
นายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัค ของมาเลเซีย ยืนยันจะไม่ลาออกจากตำแหน่งตามคำเรียกร้องของผู้ชุมนุม ในสุนทรพจน์วันชาติมาเลเซีย เมื่อวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา หลังถูกกดดันจากเรื่องอื้อฉาวทุจริตกองทุนพัฒนาเศรษฐกิจมาเลเซีย (วันเอ็มดีบี)
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีมาเลเซียยังระบุว่า จากการประเมินของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีผู้ชุมนุมราว 2-3.5 หมื่นคน ในช่วง 2 วันที่เกิดการประท้วง แสดงให้เห็นว่าชาวมาเลเซียส่วนใหญ่ยังสนับสนุนรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้พันธมิตรเพื่อการเลือกตั้งที่สะอาดและยุติธรรม (เบอร์ซิห์) ผู้ประสานการจัดการประท้วงดังกล่าว ประเมินว่ามีประชาชนออกมาประท้วงมากถึง 3 แสนคน ในวันที่ 30 ส.ค. ก่อนที่การชุมนุมจะยุติลง ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 2 แสนคน ในวันที่ 29 ส.ค.
การเปิดเผยดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศเฉลิมฉลองวันชาติมาเลเซีย เมื่อวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา ที่มีผู้เข้าร่วมหลายพันคน โดยการประท้วงเกิดขึ้นหลังความไม่พอใจต่อเรื่องอื้อฉาวของนายกรัฐมนตรีที่ทางหนังสือพิมพ์วอลสตรีทเจอร์นัล รายงานว่า มีการโอนเงินจากกองทุนวันเอ็มดีบีเข้าบัญชีส่วนตัวของนาจิบ เกือบ 700 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.5 หมื่นล้านบาท)
ก่อนหน้านี้ เมอร์เดกาเซ็นเตอร์ ศูนย์วิจัยความคิดเห็นของมาเลเซีย เปิดเผยว่า ในการชุมนุมดังกล่าวผู้ชุมนุมส่วนใหญ่เป็นชาวมาเลเซียเชื้อชาติจีน มากกว่าที่จะเป็นชาวมาเลเซีย โดย 81% ของผู้ชุมนุมทั้งหมดเป็นชาวมาเลเซียเชื้อสายจีน และ 23% เป็นชาวมาเลเซีย
เบอร์ซิห์คืออะไร
เบอร์ซิห์ หรือชื่อเต็มว่า พันธมิตรเพื่อการเลือกตั้งที่สะอาดและยุติธรรม เป็นองค์กรอิสระที่เคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องการเลือกตั้งที่ปราศจากการแทรกแซง ใสสะอาด และยุติธรรม โดยก่อตั้งเมื่อเดือน พ.ย. 2006
องค์กรดังกล่าวไม่พอใจการเลือกตั้ง โดยระบุว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งมาเลเซียภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรีออกกฎเอื้อต่อพรรคชาติแนวหน้า พรรครัฐบาลของนายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัค ในปัจจุบัน ส่งผลให้ออกมาจัดการประท้วงเป็นครั้งแรกในปี 2007 โดยผู้ประท้วงต่างใส่เสื้อสีเหลือง อันเป็นสัญลักษณ์ของเบอร์ซิห์
การประท้วงดังกล่าวได้รับการชื่นชมว่า ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการเลือกตั้งทั่วไปของมาเลเซียเมื่อปี 2008 หลังจากพรรคชาติแนวหน้าได้ที่นั่งในสภาน้อยลงจนไม่อาจครองเสียง 2 ใน 3 ส่วนได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1969
นอกจากนี้ เบอร์ซิห์ยังเคยจัดการประท้วงมาแล้วในปี 2011 และ 2012 เพื่อเรียกร้องการปฏิรูปการเลือกตั้ง โดยทั้งสองครั้งจบลงด้วยการสลายการชุมนุมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยการใช้แก๊สน้ำตาและเครื่องฉีดน้ำเพื่อสลายการชุมนุม







