
ตลาดเกิดใหม่เลือดไหลไม่หยุด
ท่ามกลางความหวั่นวิตกต่อการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ ประกอบกับการประกาศหั่นค่าเงินหยวนของจีนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนั้น ได้ส่งผลต่อภาวะการไหลออกของทุนจากตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่ได้ทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง อย่างล่าสุดนั้นในช่วง 13 เดือนที่ผ่านมาจนถึงเดือน ก.ค. ได้มีกระแสทุนไหลออกจากเศรษฐกิจประเทศกำลังพัฒนาที่ใหญ่ที่สุดของโลก 19 ประเทศแล้วมากถึง 9.402 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
ท่ามกลางความหวั่นวิตกต่อการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ ประกอบกับการประกาศหั่นค่าเงินหยวนของจีนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนั้น ได้ส่งผลต่อภาวะการไหลออกของทุนจากตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่ได้ทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง อย่างล่าสุดนั้นในช่วง 13 เดือนที่ผ่านมาจนถึงเดือน ก.ค. ได้มีกระแสทุนไหลออกจากเศรษฐกิจประเทศกำลังพัฒนาที่ใหญ่ที่สุดของโลก 19 ประเทศแล้วมากถึง 9.402 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
ปริมาณดังกล่าวถือว่ามีมากกว่าเมื่อครั้งเกิดวิกฤตเศรษฐกิจแฮมเบอร์เกอร์เมื่อปี 2008-2009 ถึง 2 เท่า ซึ่งในขณะนั้นปริมาณการไหลออกจากกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาเหล่านี้อยู่ที่ราว 4.8 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
การปรับค่าเงินหยวนของจีนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ยังจะเป็นตัวเร่งให้กระแสทุนไหลออกมากขึ้นกว่านี้ เนื่องจากความหวั่นวิตกว่าเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาจะได้รับผลกระทบจากค่าเงินหยวนอ่อนค่าลงมากไปอีก โดยเฉพาะภาคการส่งออกของประเทศเหล่านี้ที่จะได้รับผลกระทบโดยตรง และยิ่งไปกว่านั้นนักวิเคราะห์จำนวนไม่น้อยยังคาดว่าปริมาณทุนที่ไหลออกจะทะลุ 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในไม่ช้านี้อีกด้วย
ขณะที่ความเชื่อมั่นในหลายประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่เองก็ยังหดตัวต่อเนื่อง อันเป็นผลกระทบจากภาวะการเมืองภายในของประเทศนั้นๆ เอง ไม่ว่าจะเป็นในตุรกี รัสเซีย บราซิล และมาเลเซีย ที่กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตการเมืองจนส่งผลกระทบต่อค่าเงินริงกิต โดยอ่อนค่าลงไปแล้วถึง 23% นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา







