
อียูยังไม่ทันฟื้นส่อเจอกรีซซ้ำ
สหภาพยุโรป (อียู) 28ประเทศ กลายเป็นอีกหนึ่งเขตเศรษฐกิจที่กำลังฉุดสภาพเศรษฐกิจโลกให้ซบเซาลง
โดย... ก้องภพ เทอดสุวรรณ
สหภาพยุโรป (อียู) 28ประเทศ กลายเป็นอีกหนึ่งเขตเศรษฐกิจที่กำลังฉุดสภาพเศรษฐกิจโลกให้ซบเซาลง เนื่องจากสภาพการค้าการลงทุนของอียูที่มีสายสัมพันธ์ร้อยรัดกับทั้งโลกกำลังอยู่ในภาวะชะลอตัวนั่นเอง
ปมปัญหาของเศรษฐกิจอียูในปัจจุบันมีที่มาจากสภาพเศรษฐกิจภายในที่ชะลอตัวตามผลกระทบของวิกฤตหนี้ยุโรปปี 2012 กลายเป็นการกระตุ้นให้เศรษฐกิจอียูเข้าสู่สภาพสุ่มเสี่ยงต่อภาวะเงินฝืดเป็นอย่างมาก โดยอัตราเงินเฟ้อของกลุ่มยูโรโซนดิ่งลงมาถึง-0.6% เมื่อสิ้นเดือน ธ.ค. 2014
ซ้ำร้ายอียูยังต้องเผชิญกับวิกฤตความตึงเครียดกับรัสเซียต่อกรณียูเครน จนส่งผลให้สภาพเศรษฐกิจของรัสเซียถลำเข้าสู่สภาวะหดตัวและค่าเงินรูเบิ้ลก็ดิ่งลงเหว
ขณะที่รัสเซียก็ดำเนินการคว่ำบาตรสินค้าเกษตรของอียูเพื่อเป็นการโต้ตอบเช่นกัน ซึ่งกระทบต่อประเทศในยุโรปตะวันออกที่ประวัติศาสตร์ทำให้มีสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจผูกพันกับรัสเซียไปเต็มๆ กลายเป็นแรงฉุดสภาพเศรษฐกิจของประเทศในบริเวณดังกล่าว
นอกจากนี้ กลุ่มยูโรโซนทั้ง 19ประเทศยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงวิกฤตผิดนัดชำระหนี้ของกรีซอีกเช่นกัน แม้ปัจจุบันรัฐบาลกรีซจะยอมรับข้อเสนอของฝ่ายเจ้าหนี้ยูโรโซนสำหรับการรับโครงการความช่วยเหลือทางการเงินซึ่งกรีซจะต้องแลกกับการใช้มาตรการรัดเข็มขัดทางการคลัง แต่ก็ยังมีความเสี่ยงที่กรีซอาจผิดนัดชำระหนี้ได้อีกในอนาคตด้วยอัตราหนี้สาธารณะที่สูงถึง 170% ต่อจีดีพี
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงอย่างฮวบฮาบเนื่องจากนักลงทุนพากันดึงทุนกลับหมด เพราะไม่มั่นใจในความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของกรีซแน่นอนว่า กรีซไม่ได้เป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่เพียงพอจะสร้างผลกระทบให้กับโลกได้ แต่หากกรณีการผิดนัดชำระหนี้ของกรีซนำไปสู่การที่กรีซต้องออกจากยูโรโซนซึ่งเท่ากับการสั่นคลอนความเป็นเอกภาพของอียู ก็ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่ระดับโลกทีเดียว
นอกจากนี้ หนึ่งในเจ้าหนี้รายใหญ่อย่างธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี) อาจต้องแบกรับหนี้เสียจำนวนมหาศาลหากกรีซผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งการที่อีซีบีในฐานะผู้ดูแลสกุลเงินยูโรต้องเผชิญกับภาวะหนี้เสียจำนวนมาก ก็ย่อมสั่นคลอนความน่าเชื่อถือของสกุลเงินยูโรไม่น้อย
ทั้งนี้ อียูถือเป็นเขตเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่ 1 ใน 4 ของโลก และหากคิดรวมเศรษฐกิจของทั่วทั้งยุโรป จีดีพีจะมีขนาดใหญ่กว่าสหรัฐมหาอำนาจทางเศรษฐกิจเบอร์หนึ่งของโลก
อย่างไรก็ตาม แม้สภาพเศรษฐกิจของอียูจะย่ำแย่ แต่เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา อีซีบีก็ได้ตัดสินใจดำเนินนโยบายเข้าซื้อพันธบัตร (คิวอี) ของกลุ่มประเทศสมาชิกยูโรโซนเพื่ออัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหลังจากการดำเนินนโยบายดอกเบี้ยเงินติดลบใช้ไม่ได้ผล
ความเคลื่อนไหวส่งผลให้เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวทางเศรษฐกิจขึ้นมาบ้าง อัตราการเติบโตของประเทศสมาชิกยูโรโซนบางแห่งเริ่มฟื้นตัว ขณะที่อัตราเงินเฟ้อปรับขึ้นมาอยู่ที่ 0.2%







