
หยวนทะยาน
ค่าเงินเหรียญสหรัฐปรับตัวแข็งค่าขึ้นเทียบสกุลเงินหลักอื่นๆ ของโลกถึง 20% นับตั้งแต่ปี 2014 หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณขึ้นอัตราดอกเบี้ย อันเป็นการกลับเข้าสู่การใช้นโยบายทางการเงินอย่างปกติเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2006
ค่าเงินเหรียญสหรัฐปรับตัวแข็งค่าขึ้นเทียบสกุลเงินหลักอื่นๆ ของโลกถึง 20% นับตั้งแต่ปี 2014 หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณขึ้นอัตราดอกเบี้ย อันเป็นการกลับเข้าสู่การใช้นโยบายทางการเงินอย่างปกติเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2006
อย่างไรก็ตาม สตีน จาคอบเซน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ธนาคารเพื่อการลงทุนซาโซของเดนมาร์ก เปิดเผยว่า เศรษฐกิจสหรัฐยังไม่แข็งแกร่งจริงที่จะรับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดได้ โดยการส่งสัญญาณขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นเพียงการเตือนตลาดถึงจุดสิ้นสุดของตลาดหลักทรัพย์ที่พุ่งแรงมาตลอด 7 ปีที่ผ่านมา
“พวกเรากำลังจะเห็นพายุสำหรับสกุลเหรียญสหรัฐ”จาคอบเซน กล่าว
นอกจากนี้ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์คนดังกล่าวยังระบุอีกด้วยว่า การอ่อนค่าของค่าเงินเหรียญสหรัฐจะมาพร้อมกับการทะยานของค่าเงินหยวนของจีนที่ทางการจีนกำลังพยายามที่จะผลักดันให้ค่าเงินหยวนกลายเป็นสกุลเงินนานาชาติ
ก่อนหน้านี้ คริสเตียน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ออกมาแสดงทัศนะต่อค่าเงินหยวนในด้านบวกต่อการขึ้นเป็นหนึ่งในบรรดาตะกร้าค่าเงินของไอเอ็มเอฟ (เอสดีอาร์) ดังนั้น จาคอบเซน จึงระบุว่า ค่าเงินหยวนจะขึ้นมาเป็นค่าเงินที่มีมูลค่าเงินทุนสำรองระหว่างประเทศอันดับ 3 ของโลก เหนือค่าเงินปอนด์ของอังกฤษ
“ความแตกต่างระหว่างจีนและส่วนอื่นๆ ของโลก คือจีนมักจะมีแผนการอยู่เสมอ คุณอาจไม่เห็นด้วยกับแผนการนั้น แต่พวกเขาก็มีแผนการอยู่จริง” จาคอบเซน กล่าว







