
จีนอุ้มตลาดหุ้น
หลังจากที่คณะกรรมการกำกับดูแลหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของจีน (ซีเอสอาร์ซี) ระบุว่า รัฐบาลท้องถิ่นจะเพิ่มการเข้าซื้อหุ้น ขณะที่ธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) จะอัดฉีดเงิน 8,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เข้าสู่ตลาดเงิน ได้ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มคลายความกังวลลงบ้าง โดยดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตของจีนในวันที่ 29 ก.ค. ปิดตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.44% ปิดที่ 3,789.17 จุด
หลังจากที่คณะกรรมการกำกับดูแลหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของจีน (ซีเอสอาร์ซี) ระบุว่า รัฐบาลท้องถิ่นจะเพิ่มการเข้าซื้อหุ้น ขณะที่ธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) จะอัดฉีดเงิน 8,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เข้าสู่ตลาดเงิน ได้ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มคลายความกังวลลงบ้าง โดยดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตของจีนในวันที่ 29 ก.ค. ปิดตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.44% ปิดที่ 3,789.17 จุด
คำกล่าวของทางการจีนที่มีขึ้นส่งผลให้ เบอร์นาร์ด อาว์ นักวางกลยุทธ์ตลาดของไอจี บริษัทให้บริการทางการเงินในอังกฤษ ระบุว่า ความเชื่อมั่นในมาตรการการช่วยเหลือของจีนครั้งนี้สามารถมีผลได้เร็ว เนื่องจากมาตรการนั้นมีอยู่แล้ว พร้อมคาดการณ์ด้วยว่า การเข้าสนับสนุนตลาดหุ้นของรัฐบาลจีนจะมีต่อไปอีกอย่างน้อยๆ 2-3 เดือน เนื่องจากว่าจีนมีปริมาณทุนสำรองมหาศาล
ทั้งนี้ ทุนสำรองระหว่างประเทศของจีน ในเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ลดลงไป 2.99 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อเทียบกับปริมาณของปีที่แล้ว ทว่าปริมาณดังกล่าวนั้นเป็นสัดส่วนเพียงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับทุนสำรองระหว่างประเทศของจีนที่มีถึง 3.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ
ขณะเดียวกัน อาว์ เชื่อมั่นว่ารัฐบาลกรุงปักกิ่งนั้นพร้อมที่จะยอมอดทนกับการปรับฐานของตลาดหุ้นในระดับปานกลาง ทว่าไม่ใช่การปรับตัวลดลงรุนแรงอย่างเมื่อวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญจากไอจี กรุ๊ป รายนี้ได้ออกโรงเตือนว่า ยิ่งมาตรการช่วยเหลือตลาดหุ้นจีนมีนานมากเท่าไร ก็จะยิ่งทำให้ตลาดถูกบิดเบือนมากขึ้นเท่านั้น
“ในขณะนี้นักลงทุนระยะยาวของจีนเข้ามาในตลาดมากขึ้น (จากความคาดหวังว่าจะมีมาตรการช่วยเหลือต่อไป) ทว่านักลงทุนต่างชาติจะยังคงอยู่ในภาวะของความกังวล” อาว์ กล่าว







