
ยูโรโซนยังเสี่ยง
สถานการณ์กรีซดูเหมือนจะดีขึ้นแล้ว ภายหลังกรีซยอมตกลงกับเจ้าหนี้ในการปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อแลกเงินช่วยเหลือก้อนใหม่มูลค่า 8.6 หมื่นล้านยูโร (ราว 3.3 ล้านล้านบาท)
สถานการณ์กรีซดูเหมือนจะดีขึ้นแล้ว ภายหลังกรีซยอมตกลงกับเจ้าหนี้ในการปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อแลกเงินช่วยเหลือก้อนใหม่มูลค่า 8.6 หมื่นล้านยูโร (ราว 3.3 ล้านล้านบาท)
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ออกมาเปิดเผยว่า แม้สถานการณ์กรีซยังมีปัจจัยที่ไม่แน่นอนอยู่มาก อย่างไรก็ตามสถานการณ์หนี้กรีซที่สุ่มเสี่ยงต่อยูโรโซนในปัจจุบันนับเป็นสถานการณ์ที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ต้นปี 2015 ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจยูโรโซนยังเสี่ยงที่จะหมดแรงขยายตัวในระยะยาว เนื่องจากอัตราการว่างงานยังสูง และอัตราผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) ต่อหัวประชากรยังต่างกับสหรัฐมากที่สุดนับตั้งแต่เปิดการใช้เงินสกุลเดียวกันในปี 1999
นอกจากนี้ ไอเอ็มเอฟยังระบุอีกด้วยว่า แม้เศรษฐกิจยูโรโซนจะกลับมาขยายตัวในช่วงกลางปี 2013 แต่นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมานับว่าขยายตัวแค่ปานกลางเท่านั้น ส่งผลให้ไอเอ็มเอฟคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อจะไม่ขยายตัวได้ตรงตามธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) โดยจะเติบโตอยู่ที่ต่ำกว่า 2% ไปจนถึงปี 2020
ทั้งนี้ สถาบันการเงินจากกรุงวอชิงตันยังแนะนำว่ายูโรโซนต้องเร่งเพิ่มความต้องการภายในประเทศ จากการเพิ่มการใช้จ่ายของภาครัฐและการปรับลดการจัดเก็บภาษี จัดการกับหนี้เสีย (เอ็นพีแอล) ของบรรดาธนาคารพาณิชย์ภายในยูโรโซน รวมถึงปฏิรูปตลาดแรงงานให้มีความยืดหยุ่น โดยให้บริษัทสามารถรับและไล่คนออกได้ง่ายขึ้น และรวมถึงลดช่องว่างความต่างระหว่างรายได้ของผู้มีรายได้สูงและผู้มีรายได้ต่ำ







