posttoday
‘อุดมไชย-พะเยา’ ประชุมชื่นมื่น รองรับขยายตัว ‘ด่านบ้านฮวก’

‘อุดมไชย-พะเยา’ ประชุมชื่นมื่น รองรับขยายตัว ‘ด่านบ้านฮวก’

27 กรกฎาคม 2558

จุดผ่านแดนถาวรบ้านฮวก ต.ภูซางจ.พะเยา ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญจุดหนึ่งในการพัฒนาการค้าชายแดน

โดย...อักษรา ปิ่นนราสกุล

จุดผ่านแดนถาวรบ้านฮวก ต.ภูซางจ.พะเยา ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญจุดหนึ่งในการพัฒนาการค้าชายแดน เนื่องจากด่านดังกล่าวมีพื้นที่เชื่อมกับแขวงไซยะบุรี เมืองหงสา ประเทศลาว และในฐานะประตูบานใหม่สู่เมืองมรดกโลกหลวงพระบาง

ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่านวันนา หัวหน้าแผนกการต่างประเทศ แขวงอุดมไชย ประเทศลาว พร้อมคณะตัวแทนหน่วยงานราชการและภาคเอกชนจากแขวงอุดมไชย เดินทางเยือน จ.พะเยา ประชุมร่วมกับหน่วยงานราชการและภาคเอกชนของ จ.พะเยา ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดพะเยา อ.เมือง จ.พะเยา โดย ร.ต.สุวิชา แก้วมณี รอง ผวจ.พะเยา และหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ตามโครงการส่งเสริมความสัมพันธ์และขยายตลาดการค้าการลงทุนในกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง หรือ GMS อาเซียน และจีน เพื่อหารือแนวทางการส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างแขวงอุดมไชยและ จ.พะเยา

ร.ต.สุวิชา กล่าวว่า ในการประชุมครั้งนี้ทั้งสองฝ่ายได้เห็นชอบในความร่วมมือของการยกระดับความสัมพันธ์หลายด้าน เช่น การค้าการลงทุน การต่างประเทศ การสาธารณสุข และการศึกษา ให้มากขึ้น เพื่อรองรับการขยายตัวในอนาคต

“จ.พะเยา ได้เตรียมการยกระดับจุดผ่อนปรนชายแดนบ้านฮวก อ.ภูซาง ให้เป็นด่านถาวร และมีการก่อสร้างถนนเชื่อมระหว่างชายแดนทั้งสองประเทศ ตั้งแต่บ้านฮวก ต.ภูซาง อ.ภูซาง ถึงเมืองปางมอน แขวงไซยะบุรี รวมระยะทางกว่า 110 กม. เพื่อให้เกิดความสะดวกด้านการคมนาคมขนส่งต่อไป” รอง ผวจ.พะเยา เล่าถึงการหารือของทั้งสองประเทศ

พร้อมกันนี้ คณะผู้มาเยือนจากประเทศลาว ได้ศึกษาดูงานด้านการศึกษา การแพทย์และสาธารณสุข เกษตรศาสตร์และทรัพยากร ธรรมชาติ ที่มหาวิทยาลัยพะเยา (มพ.) ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดพะเยา หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงบ้านบัว อ.เมือง จ.พะเยา และโครงการแนวทางพระราชดำริอ่างเก็บน้ำห้วยไฟ รวมทั้งด่านชายแดนบ้านฮวกด้วย

ปัจจุบันการค้าชายแดนด่านบ้านฮวก มีมูลค่าปีละประมาณ 180 ล้านบาท โดย จ.พะเยาวางแผนการพัฒนาด่านบ้านฮวก 4 ด้าน ประกอบด้วย 1.การพัฒนายกระดับด่านบ้านฮวกเป็นด่านถาวร และพัฒนาศักยภาพด่านชายแดนไทย-ลาว 2.ปรับปรุงระบบไฟฟ้า ประปา โครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ เพื่อส่งเสริมการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ปรับปรุงทางหลวงสายสบบง-เลาอู ส่งเสริมเศรษฐกิจชายแดนเชื่อมโยงกับจีน 3.การพัฒนาการบริหารจัดการให้ได้มาตรฐานเพื่อส่งเสริมการยกระดับจุดผ่านแดนถาวร มีการสร้างศูนย์อาคารเรียนรู้อาเซียน และ 4.ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทั้ง 4 ยุทธศาสตร์ดังกล่าวจะใช้เวลาดำเนินการระหว่างปี 2559-2562 คาดว่าจะใช้งบประมาณ 65 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI