
ทองส่อร่วงแตะ800เหรียญ
ราคาเสี่ยงแตะ 800 เหรียญ หากเฟดขึ้นดอกเบี้ย-หุ้นจีนร่วง-ธนาคารกลางเทขายทอง
ราคาเสี่ยงแตะ 800 เหรียญ หากเฟดขึ้นดอกเบี้ย-หุ้นจีนร่วง-ธนาคารกลางเทขายทอง
ธอม ไพรส์ นักวิเคราะห์จากธนาคารมอร์แกน สแตนเลย์ เปิดเผยว่า ราคาทองคำอาจปรับตัวลงไปแตะ 800 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ได้ ซึ่งเป็นสถานการณ์เลวร้ายที่สุดที่คาดการณ์ไว้ ถ้าหากปัจจัยคือการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และการดิ่งลงของตลาดหลักทรัพย์จีน รวมถึงการเทขายทุนสำรองของบรรดาธนาคารกลางเกิดขึ้นพร้อมกัน
สอดคล้องกับ เจฟฟรีย์ เคอร์รีย์ หัวหน้านักวิจัยด้านสินค้าโภคภัณฑ์ของโกลด์แมน แซคส์ กรุ๊ป วาณิชธนกิจชื่อดังของสหรัฐ ที่ออกมาเปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า ราคาทองคำอาจปรับตัวลงจนไปต่ำกว่า 1,000 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ภายหลังจากเฟดขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนในการกู้ยืมและค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้น
อย่างไรก็ตาม ไพรส์ คาดการณ์ว่า ราคาทองคำมีแนวโน้มที่จะซื้อขายที่ 1,050 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ มากกว่าสถานการณ์เลวร้ายที่สุดที่ 800 เหรียญสหรัฐดังกล่าว ในขณะเดียวกัน มอร์แกน สแตนเลย์ ก็ไม่เปลี่ยนคาดการณ์ราคาทองคำในปี 2015 นี้ที่จะอยู่ที่ 1,190 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ โดยราคาอยู่ที่ 1,098 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ในวันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา
ก่อนหน้านี้ ราคาทองคำงวดส่งมอบทันทีปรับตัวลดลงไปอยู่ที่ 1,086.18 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ในวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือน มี.ค.2010 ในขณะเดียวกับที่สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า ราคาสินค้าโภคภัณฑ์โดยรวมปรับตัวลงไปต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2002 นำโดยราคาน้ำมันดิบและแร่โลหะ
ในขณะเดียวกัน ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) เปิดเผยรายงานที่คาดการณ์ว่า ราคาสินค้าโภคภัณฑ์หลักจะปรับตัวลดลงในปี 2015 นี้ โดยราคาเฉลี่ยสำหรับพลังงาน เช่น น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหิน จะปรับตัวลดลง 39% เมื่อเทียบกับปี 2014 ในขณะที่ราคาแร่โลหะจะปรับตัวลงราว 12%
"ราคาสินค้าโภคภัณฑ์หลักคาดว่าจะปรับตัวลดลงในปี 2015 โดยเป็นผลหลักๆ จากสินค้าล้นตลาด และความต้องการต่ำในสินค้าโภคภัณฑ์สำหรับอุตสาหกรรม" รายงานของเวิลด์แบงก์ ระบุ
ในขณะที่ด้านโลหะและถ่านหิน ธนาคารโลก เปิดเผยว่า จะปรับตัวลดลงเนื่องจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจจีนที่จะหันไปพึ่งภาคการบริการมากขึ้น ในขณะที่ประเทศจีนเองก็มีนโยบายปรับลดมลพิษ







