
อินเดียวุ่นประท้วงใหญ่ทั่วประเทศ ประชาชนแค้น-น้ำมันแพง-ค่าครองชีพพุ่ง
ฝ่ายค้านระดมพลังมวลชนนัดประท้วงหยุดงานปั่นป่วนทั่วประเทศ หลังรัฐบาลยกเลิกการอุดหนุนราคาน้ำมัน ผู้ประท้วงเผายางขวางถนน สกัดรถไฟ ยกเลิกเที่ยวบิน
ฝ่ายค้านระดมพลังมวลชนนัดประท้วงหยุดงานปั่นป่วนทั่วประเทศ หลังรัฐบาลยกเลิกการอุดหนุนราคาน้ำมัน ผู้ประท้วงเผายางขวางถนน สกัดรถไฟ ยกเลิกเที่ยวบิน
อินเดียวุ่นทั่วประเทศ ฝ่ายค้านระดมมวลชนประท้วงใหญ่ทั่วประเทศต่อต้านการปรับขึ้นราคาน้ำมันของรัฐบาล ส่งผลให้ระบบขนส่งมวลชนเป็นอัมพาตในหลายเมือง ผู้ประท้วงยังก่อเหตุเผายางป่วนในหลายเมืองใหญ่ ทำให้สถานที่ธุรกิจและสถานศึกษาต้องปิดตัวลง
รายงานระบุว่า ที่นครมุมไบและเมืองกัลกัตตา ศูนย์กลางการบินของประเทศนั้น เที่ยวบินต่างๆ ต้องเป็นอัมพาตยกเลิกให้บริการไปโดยปริยาย นอกจากนั้น กลุ่มผู้ประท้วงยังก่อเหตุโจมตีรถเมล์โดยสาร เผายางขวางถนน พร้อมกับรวมตัวกันนั่งขวางทางรถไฟประท้วง
พรรคภารติยะ ชนตะ (บีเจพี) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลัก จับมือกับบรรดาพรรคฝ่ายซ้ายอยู่เบื้องหลังการปลุกระดมการประท้วงใหญ่ครั้งนี้ เพื่อแสดงความแข็งแกร่งท้าทายพรรคคองเกรสซึ่งเป็นพรรครัฐบาล โดยการประท้วงในครั้งนี้เห็นผลรุนแรงในรัฐต่างๆ ที่พรรคคองเกรสไม่ได้มีฐานเสียงอยู่ เช่น ในรัฐเวสต์เบงกอล รัฐพิหาร และรัฐการนาตกะ
นอกจากนั้น ที่เมืองบังกาลอร์ซึ่งเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) ของประเทศนั้น และเป็นเมืองฐานเสียงสำคัญของพรรคบีเจพี ปรากฏว่าได้เข้าร่วมการประท้วงทั่วประเทศในครั้งนี้ด้วย เมื่อบริษัทซอฟต์แวร์หลายร้อยแห่งรวมถึงบริษัท อินโฟซิวส์ และไวโปร ได้สั่งให้พนักงานหยุดงานอยู่กับบ้าน
กระนั้นก็ตาม แม้ว่าจะเกิดการประท้วงใหญ่ทั่วประเทศขึ้น แต่ทว่าทางด้านรัฐบาลที่กรุงนิวเดลี ก็ยืนยันว่าจะไม่ยอมแพ้ต่อเสียงต่อต้านในครั้งนี้ พร้อมกับลั่นว่าจะเดินหน้าแผนการลดการอุดหนุนน้ำมันเชื้อเพลิงต่อไป โดยทางด้าน ปรานาบ มุคเฮอร์จี รัฐมนตรีคลังอินเดีย ยืนยันว่าจะไม่มีคำถามใดๆ ถึงการขึ้นราคาน้ำมันอีกต่อไป
รัฐบาลอินเดียได้สั่งยกเลิกการอุดหนุนราคาน้ำมันเมื่อเดือนที่แล้ว และประกาศขึ้นราคาเชื้อเพลิงอีกหลายรายการอันเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาการขาดดุลงบประมาณของรัฐ
การยกเลิกการอุดหนุนราคาน้ำมันดังกล่าว ซึ่งส่งผลต่อภาวะเงินเฟ้อของอินเดียโดยตรง ได้กลายมาเป็นประเด็นให้บรรดาพรรคฝ่ายค้านรวมตัวกัน และปลุกระดมมวลชนที่ไม่พอใจต่อค่าครองชีพที่สูงขึ้นออกมารวมตัวประท้วงใหญ่ในครั้งนี้
ที่นครมุมไบซึ่งเป็นศูนย์กลางการเงินของประเทศและเป็นฐานเสียงของพรรคชีวะเสนา พรรคชาตินิยมฮินดูฝ่ายขวาของอินเดีย ได้เกิดการประท้วงหยุดงานกันครั้งใหญ่ โดยเที่ยวบินเข้าออกจากมุมไบนั้นถูกยกเลิกไปส่วนใหญ่ ขณะที่เที่ยวบินภายในประเทศถูกยกเลิกไปราว 45 เที่ยวบิน
นอกจากนั้น บรรดาคนขับแท็กซี่ก็รวมตัวกันประท้วงหยุดงานด้วย ทำให้ท้องถนนในนครมุมไบแทบจะไม่มีรถแท็กซี่วิ่งอยู่ ส่วนโรงเรียน มหาวิทยาลัย และร้านค้าธุรกิจต่างๆ ก็ปิดตัวลง ขณะที่ตำรวจได้เข้าจับกุมกลุ่มนักเคลื่อนไหวจากพรรคคอมมิวนิสต์ราว 50 คน ที่พยายามบุกสถานีรถไฟของเมืองด้วย
นอกจากนั้นยังเกิดการปะทะระหว่างกลุ่มผู้ประท้วง และตำรวจในอีกหลายเมืองทั่วประเทศ เมื่อตำรวจซึ่งมีกระบองเป็นอาวุธพยายามเข้าสลายการชุมนุม และยังได้ใช้รถฉีดน้ำเข้าใส่ผู้ชุมนุม
ทางด้านสมาพันธ์อุตสาหกรรม “แอสโซชาม” ของอินเดีย ระบุว่า การประท้วงในครั้งนี้ได้ส่งผลทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจ และการค้าในอินเดียหยุดชะงักลงในหลายส่วนของประเทศทีเดียว
ขณะเดียวกันที่เมืองกัลกัตตา ในรัฐเวสต์เบงกอลนั้น ระบบขนส่งมวลชนก็หยุดวิ่งเช่นเดียวกันกับเที่ยวบินเข้าออกที่ถูกยกเลิกเกือบทั้งหมด
กลุ่มผู้ประท้วงได้เข้ายึดถนนสายต่างๆ และนั่งประท้วงกันกลางสี่แยก แต่ทว่าไม่มีรายงานความรุนแรงเกิดขึ้นที่เมืองนี้
“โดยปกติผมจะไม่เห็นด้วยกับการหยุดงานประท้วง แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งอื่น ภาวะเงินเฟ้อได้สร้างความเจ็บปวดให้คนจำนวนมากอยู่แล้ว และราคาน้ำมันที่กำลังจะเพิ่มขึ้นก็จะทำให้สถานการณ์ยิ่งย่ำแย่ไปใหญ่” โบเซ ศรีพารัน ครูวิชาภูมิศาสตร์ กล่าว
ที่เมืองลัคนอว์ทางตอนเหนือของประเทศ มีรายงานว่าเกิดเหตุผู้ประท้วงระดมปาหินใส่รถบัส เพื่อขัดขวางไม่ให้รถโดยสารให้บริการ ส่วนทางด้านตำรวจได้จับกุม อรุณ ไจตเลย์ สมาชิกพรรคอาวุโสของพรรคบีเจพีไว้ด้วยในข้อหาชุมนุมกันอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งก่อนหน้านั้น ไจตเลย์ ได้กล่าวต่อผู้สื่อข่าวว่า การประท้วงครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่โดยไม่คาดคิดมาก่อน
“การประท้วงครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนคนธรรมดา เพราะว่าพวกเขาตกเป็นเป้าหมายหลักของนโยบายจากรัฐบาล” ไจตเลย์ กล่าว
ส่วนที่เมืองพิหาร เมืองเอกของรัฐพัตนานั้น กลุ่มผู้ประท้วงยังได้เข้าขวางทางรถไฟ และจุดไฟเผายางขวางการจราจรอีกด้วย มาเฮช รังการาจัน นักวิเคราะห์การเมืองจากมหาวิทยาลัยเดลี ให้ความเห็นว่า การหยุดงานประท้วงทั่วประเทศในครั้งนี้ถือเป็นบททดสอบครั้งสำคัญต่อคำมั่นของนายกรัฐมนตรี โมฮัมมัน ซิงห์ ที่จะเดินหน้าผลักดันรัฐบาลสู่การปฏิรูปครั้งใหม่ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาการขาดดุลงบประมาณของภาครัฐ
“การถอยหลังกลับใดๆ ก็ตาม จะถือว่าเป็นการกัดกร่อนต่อความมั่นคงของฝ่ายรัฐอย่างรุนแรง” มาเฮช กล่าว
ทั้งนี้ อัตราภาษีราคาน้ำมันในอินเดียจะแตกต่างกันในแต่ละรัฐที่เป็นผู้จัดเก็บ โดยในกรุงนิวเดลีซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศนั้น หลังจากที่รัฐบาลประกาศยกเลิกการอุดหนุนจะทำให้ภาษีน้ำมันเบนซินพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 7.3% ส่วนน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 5.2% และน้ำมันก๊าดอยู่ที่ 32.5% และก๊าซแอลพีจีอยู่ที่ 11.3%
ทางด้าน เคาชิก บาซู หัวหน้าคณะที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของกระทรวงการคลังของอินเดียยอมรับก่อนหน้านี้ว่า การประกาศยกเลิกการอุดหนุนราคาน้ำมัน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อดัชนีราคาสินค้าโดยตรงนั้น จะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อของอินเดียเพิ่มขึ้นอีกราว 0.9%
ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลคาดว่าในปีนี้ อัตราเงินเฟ้อของประเทศจะพุ่งแตะระดับที่ 11% กระนั้นก็ตามทางด้านธนาคารกลางอินเดียคาดหวังว่า ปริมาณฝนในปีนี้น่าจะตกอยู่ในระดับปกติ ซึ่งจะช่วยป้องกันการขาดแคลนผลผลิตจากภาคการเกษตร และอาจจะช่วยให้อัตราเงินเฟ้อของประเทศผ่อนลงมาอยู่ที่ 5.5% ได้ในปลายปีนี้







