
เจ้าหนี้กรุยทางเจรจารอบใหม่ ลุ้นกรีซเฮือกสุดท้าย
ยุโรปจ่อแผนข้อเสนอฉบับใหม่เจ้าหนี้หวังบรรลุข้อตกลงภายในเส้นตายวันนี้
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
ปิแอร์ มอสโควิซี ข้าหลวงใหญ่ด้านเศรษฐกิจของสหภาพยุโรป (อียู) เปิดเผยว่า ฌอง-โคลดจุงเกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) จะจัดทำข้อเสนอฉบับใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ของกรีซ ที่กรีซมีกำหนดชำระหนี้ให้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เดือน มิ.ย. จำนวน 1,600 ล้านยูโร ในวันที่ 30 มิ.ย.นี้
“ฌอง-โคลด จุงเกอร์ จะนำทางให้เดิน ผมหวังว่าทุกคนจะเดินหน้าไปสู่หนทางในการประนีประนอม” มอสโควิซี เปิดเผยต่อสถานีวิทยุเฟรนช์ เรดิโอ
ขณะเดียวกันข้าหลวงใหญ่ด้านเศรษฐกิจของอียู ระบุด้วยว่า รัฐบาลกรุงเอเธนส์อยู่ห่างจากการบรรลุข้อตกลงเพียงน้อยนิดเท่านั้นในการประชุมที่ล้มเหลวเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
“เราต้องเดินหน้าคุยต่อไป” มอสโควิซี กล่าวพร้อมเพิ่มเติมด้วยว่าประตูในการเจรจายังเปิดอยู่เสมอ
เช่นเดียวกันกับบรรดาเจ้าหนี้อื่นๆ ของกรีซ โดยสองยักษ์ใหญ่ของยูโรโซนอย่างฝรั่งเศส และเยอรมนีแสดงจุดยืนว่าพร้อมจะคุยกับกรีซอยู่เสมอ เพื่อให้ได้ข้อตกลงร่วมกันและหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ต่อไอเอ็มเอฟ
ประธานาธิบดีฟรองซัวส์ ออลลองด์ ของฝรั่งเศส กล่าวว่า ฝรั่งเศสพร้อมสำหรับการเจรจากับกรีซและข้อตกลงในการขอรับข้อตกลงนั้นยังคงเป็นไปได้
สเตฟเฟน เซย์เบิร์ต โฆษกของนายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เกิล ของเยอรมนี ก็แถลงเช่นกันว่า ผู้นำเมืองเบียร์ยังคงเตรียมตัวที่จะพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีอเล็กซิส ไซปราส ของกรีซ หากทางกรีซต้องการ
สถานการณ์ในกรีซยังคงอยู่ในภาวะที่น่าเป็นห่วงและค่อนข้างวุ่นวาย เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 29 มิ.ย. ทางการกรีซได้ประกาศปิดธนาคารเป็นเวลา 1 สัปดาห์ และบังคับใช้การควบคุมเงินทุน โดยมาตรการนี้มีขึ้นเพื่อปกป้องภาคธนาคารของกรีซต่อภาวะตื่นตระหนก ภายหลังจากวันที่ 28 มิ.ย. ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ตัดสินใจไม่เพิ่มเพดานโครงการเงินช่วยสภาพคล่องฉุกเฉิน (อีแอลเอ) ให้กับภาคธนาคารกรีซ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบปีที่อีซีบีไม่อนุมัติเพิ่มอีแอลเอให้กรีซ
ภายในรายละเอียดของการควบคุมดังกล่าว ธนาคารต่างๆ ของกรีซจะปิดไปจนถึงวันที่ 6 ก.ค. และจะจำกัดยอดการถอนเงินออกจากเอทีเอ็มได้เพียง 60 ยูโร/วันเท่านั้น (ราว 2,280 บาท) รวมถึงห้ามทำธุรกรรมทางการเงินไปยังนอกประเทศใดๆ ด้วย ขณะเดียวกัน ตลาดหลักทรัพย์ของกรีซออกแถลงด้วยว่า ตลาดหลักทรัพย์จะปิดไปจนถึงวันที่ 7 ก.ค. นี้
อย่างไรก็ตาม สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะไม่อยู่ภายใต้การควบคุมดังกล่าว โดยบัตรเอทีเอ็มของธนาคารที่ออกในต่างประเทศ จะสามารถใช้ได้ที่ตู้เอทีเอ็มในกรีซอย่างเสรี
ทั้งนี้ ความตึงเครียดระหว่างรัฐบาลกรีซและเจ้าหนี้ระหว่างประเทศมีมากขึ้น ภายหลังจากเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทางนายกรัฐมนตรี อเล็กซิส ไซปราส ของกรีซได้ประกาศว่า กรีซจะจัดทำประชามติในวันที่ 5 ก.ค.นี้ ว่าประชาชนชาวกรีซจะยอมรับข้อเสนอการปฏิรูปของเจ้าหนี้หรือไม่
การตัดสินใจดังกล่าวได้ส่งผลให้ไอเอ็มเอฟและอียูปฏิเสธข้อเรียกร้องที่จะขยายระยะเวลาขอรับเงินช่วยเหลือที่จะหมดอายุในวันที่ 30 มิ.ย.ออกไป ซึ่งได้ยิ่งจุดชนวนความกังวลว่ากรีซจะผิดนัดชำระหนี้และมีความเป็นไปได้ว่าอาจทำให้กรีซออกจากยูโรโซน
ด้าน นายกรัฐมนตรีไซปราส ของกรีซ ได้เรียกร้องให้ประชาชนอยู่ในความสงบและแสดงความมั่นใจว่าเงินในธนาคารของประชาชนจะปลอดภัย
“ความยากลำบากต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นต้องได้รับการจัดการอย่างสงบเยือกเย็น ยิ่งเราสงบมากเท่าใด เราจะยิ่งผ่านสถานการณ์นี้ไปได้เร็วมากขึ้น” ไซปราส ระบุ พร้อมกล่าวว่า ทางกรีซได้ร้องขอให้มีการต่อเวลาโครงการขอรับเงินช่วยเหลือออกไปอีกครั้งแล้ว
ความกังวลต่อสถานการณ์ในกรีซ ได้ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลงในวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยดัชนีนิกเกอิของญี่ปุ่นปรับตัวลดลงเกือบ 3% ปิดตลาดที่ 20,109.95 จุด ขณะที่ตลาดหุ้นในยุโรปเองก็ซื้อขายอยู่ในแดนลบโดยในช่วงเที่ยงของวันที่ 29 มิ.ย. ดัชนีแดกซ์ของเยอรมนีปรับตัวลดลง 3.33% ไปอยู่ที่ 11,109.16 จุด ส่วนดัชนีซีเอซี 40 ของฝรั่งเศสปรับตัวลดลงถึง 3.4%
นอกจากนี้แล้วค่าเงินยูโรยังปรับตัวอ่อนค่าลงด้วย โดยตามเวลาช่วงเช้าของสหรัฐ ค่าเงินยูโรได้อ่อนค่าไป 0.5% อยู่ที่ระดับ 1.1111 ยูโร/เหรียญสหรัฐ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ไปอ่อนค่าถึง 1.9% ไปอยู่ในระดับที่ 1.0955 ยูโร/เหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุด นับตั้งแต่วันที่ 2 มิ.ย.
ด้านสถานการณ์ของราคาน้ำมันโลกก็ปรับตัวลดลงตามไปด้วย โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในกระดานอิเล็กทรอนิกส์ของตลาดการซื้อขายล่วงหน้าวันที่ 29 มิ.ย. ปรับตัวลดลง 1.37 เหรียญสหรัฐ ไปอยู่ที่ 58.26 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนต์ปรับตัวลดลง 1.6 เหรียญสหรัฐ หรือ 2.5% ลงไปอยู่ที่ 61.66 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ส่งผลให้มีแนวโน้มว่าราคาน้ำมันในเดือน มิ.ย.นี้ จะปรับตัวลดลงเป็นเดือนแรก นับตั้งแต่เดือน มี.ค.ที่ผ่านมา
รายละเอียดมาตรการควบคุมทุนของกรีซ
- ธนาคารพานิชย์กรีซจะปิดจนถึงวันที่ 6 ก.ค. ซึ่งครอบคลุมถึงสถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศ
- รัฐมนตรีคลังอาจลดหรือขยายเวลาวันหยุดของธนาคารได้
- ยอดการถอนเงินจากเอทีเอ็มสูงสุดที่ 60 ยูโร/วัน และรัฐมนตรีคลังสามารถปรับเพดานเงินได้
- การชำระเงินผ่านบัตรเดบิต หรือเครดิตต่อบัญชีในกรีซ และทำธุรกรรมการเงินออนไลน์ในกรีซสามารถกระทำได้ ทว่า ห้ามชำระเงินและโอนเงินไปยังบัญชีนอกประเทศกรีซ
- การถอนเงินสดจากตู้เอทีเอ็มด้วยบัตรเอทีเอ็มที่ออกจากธนาคารในต่างประเทศ สามารถกระทำได้ ซึ่งเพดานยอดถอนเงินอาจถูกกำหนดโดยรัฐมนตรีคลัง ส่วนการทำธุรกรรมทางการเงินนอกเหนือจากนี้ไม่ได้รับอนุญาต
- คณะกรรมการพิเศษจะอนุมัติการทำธุรกรรมทางธนาคารเมื่อจำเป็นเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของสังคมและสาธารณะ ซึ่งหมายรวมถึงค่าใช้จ่ายทางการแพทย์หรือการนำเข้าเวชภัณฑ์
- การจ่ายเงินบำเหน็จบำนาญจะถูกยกเว้นจากมาตรการควบคุมเงินทุน
- ห้ามจัดเก็บดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นจากการครบชำระหนี้ในช่วงวันหยุดธนาคาร
- ธนาคารที่ฝ่าฝืนกฎจะต้องถูกปรับ 10% ของวงเงินที่ทำธุรกรรมที่ฝ่าฝืน







