posttoday
‘แชร์ริง อีโคโนมี’ โมเดล  ศก.บนพื้นฐานการแบ่งปัน

‘แชร์ริง อีโคโนมี’ โมเดล ศก.บนพื้นฐานการแบ่งปัน

28 มิถุนายน 2558

“ถ้า สามารถที่จะยืมจักรยานสักคันได้ที่ไหนก็ได้ตามต้องการแล้ว ทำไมต้องพยายามจะเป็นเจ้าของจักรยานสักคันเล่า?”

โดย...ก้องภพ เทอดสุวรรณ

“ถ้า สามารถที่จะยืมจักรยานสักคันได้ที่ไหนก็ได้ตามต้องการแล้ว ทำไมต้องพยายามจะเป็นเจ้าของจักรยานสักคันเล่า?”

คำถามข้างต้นนับเป็นหนึ่งในนิยามที่ชัดเจนที่สุดในการอธิบายโมเดล “เศรษฐกิจแบ่งปัน” (แชร์ริง อีโคโนมี) ซึ่งมีแนวโน้มได้รับความนิยมมากขึ้นในขณะนี้ โดยเฉพาะหลังจากที่อินเทอร์เน็ตช่วยให้โมเดลการแบ่งปันสิ่งของระหว่างคนแปลกหน้าเป็นไปได้ง่ายขึ้น

แคเธอรีน คลิฟฟอร์ด คอลัมนิสต์ประจำเว็บไซต์ธุรกิจ อองเตอพรีเนอร์ ผู้คร่ำหวอดในวงการธุรกิจเพื่อสังคม (โซเชียล เอ็นเตอร์ไพรส์) และการระดมทุนมวลชน (คราวด์ฟันดิ้ง) แสดงความเห็นว่า ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ โมเดลแชร์ริง อีโคโนมี ก็ขยายตัวอย่างมากในปัจจุบัน

หนึ่งในหลักฐานยืนยันก็คือรายงานจากไพรซ์ วอเตอร์ เฮาส์ (พีดับเบิ้ลยูซี) ที่ระบุว่า “ไม่ว่าธุรกิจจะหน้าตาเป็นอย่างไรในปัจจุบัน แต่แชร์ริง อีโคโนมี ก็เป็นโอกาสครั้งใหญ่ที่ไม่ควรพลาด”

ทั้งนี้ ตามคำนิยามของเว็บไซต์อินเวสโตพีเดีย “แชร์ริง อีโคโนมี” หมายถึงโครงสร้างเศรษฐกิจที่ปัจเจกบุคคลสามารถยืมหรือเช่าทรัพย์สินที่เจ้าของไม่ได้ใช้งานตลอดเวลา เช่น การที่เจ้าของรถอาจให้บางคนเช่ารถได้ขณะที่ตนไม่ได้ใช้ หรือการที่เจ้าของคอนโดให้เช่าห้องขณะเดินทางไปพักร้อน ก็นับรวมเป็นแชร์ริง อีโคโนมี เช่นกัน

ในความเป็นจริงแล้ว แชร์ริง อีโคโนมี ไม่ใช่โมเดลเศรษฐกิจใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นแต่อย่างใด โดยสามารถย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์โลกหลายพันปีที่พบว่าคนในชุมชนเดียวกันมักแบ่งปันใช้สิ่งของต่างๆ ร่วมกันเป็นปกติอยู่แล้ว ทว่าอินเทอร์เน็ตได้ทำให้รูปแบบของแชร์ริง อีโคโนมี ในปัจจุบันเป็นรูปเป็นร่างที่ชัดเจนขึ้น

สาเหตุเพราะอินเทอร์เน็ตช่วยให้ผู้เช่ากับเจ้าของทรัพย์มีโอกาสพบปะกันได้ง่ายขึ้นและหลากหลายมากขึ้น ซึ่งทำให้เจ้าของทรัพย์สินสามารถทำเงินได้จากการปล่อยเช่าทั้งในรูปแบบการให้เช่าเป็นเจ้าของ หรือเป็นการให้บริการ

สำหรับต้นกำเนิดของแชร์ริง อีโคโนมี ในยุคใหม่ ก็คือศูนย์รวมเทคโนโลยีสุดล้ำอย่าง ซิลิคอน วัลเลย์ มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ขณะที่การสำรวจเมื่อเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา พบว่าชาวสหรัฐกว่า 44% รู้จักแชร์ริง อีโคโนมี และมีการใช้โมเดลนี้เป็นที่แพร่หลายระหว่างชุมชน

“คนส่วนใหญ่คิดว่าการแบ่งปันทำให้ชีวิตสะดวกสบายมากขึ้นด้วยต้นทุนที่ถูกลง รวมถึงเป็นการสร้างชุมชนทางธุรกิจแบบใหม่ที่จะยั่งยืนกว่าการเป็นเจ้าของธุรกิจแบบเดิม” คลิฟฟอร์ด ระบุ

‘แชร์ริง อีโคโนมี’ โมเดล  ศก.บนพื้นฐานการแบ่งปัน

 

เรียกได้ว่าโมเดลเศรษฐกิจข้างต้นเป็นการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินหนึ่งชิ้นให้คุ้มค่าอย่างแท้จริง ทำให้ไม่มีความจำเป็นต้องสิ้นเปลืองทรัพยากรสำหรับการผลิตสินค้าใหม่ๆ ในทางกลับกัน การผลิตสินค้าเพียงชิ้นเดียวก็สามารถตอบสนองความต้องการของคนหลายคนได้พร้อมๆ กัน

ตัวอย่างเช่น เจ้าของร้านจักรยานขายจักรยานได้หนึ่งคันเท่ากับมีความต้องการซื้อลดลง การจะทำให้ความต้องการกลับมาคือต้องผลิตจักรยานรุ่นใหม่ๆ ออกมา ซึ่งสิ้นเปลืองทรัพยากรอย่างยิ่ง แต่การให้เช่าหรือให้ยืมจักรยานจะทำให้เจ้าของธุรกิจสร้างรายได้ระยะยาวได้โดยไม่ต้องสิ้นเปลืองพลังงาน

ทั้งนี้ แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไม่น้อยเช่นกันว่าระบบเศรษฐกิจแบ่งปันนี้ยืดหยุ่นเกินไป และมีกฎเกณฑ์ที่หละหลวม ไม่มีหน่วยงานภาครัฐมาคอยกำกับดูแล ซึ่งหมายรวมถึงความเสี่ยงจากมิจฉาชีพที่แฝงตัวเข้ามาอีกด้วย

กระนั้น โมเดลทางธุรกิจดังกล่าวยังมาพร้อมพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาใช้ชีวิตเรียบง่ายมากขึ้น เพิกเฉยต่อธุรกิจขนาดใหญ่และผลกำไร แต่หันมาใส่ใจเรื่องความยั่งยืนและการใส่ใจต่อชุมชนแทน

ดังนั้น ผู้บริโภคจึงรู้สึกว่าโมเดลแบบแชร์ริง อีโคโนมีนั้น เป็นมิตรมากกว่าโมเดลธุรกิจแบบเก่า

ปัจจุบันธุรกิจขนาดใหญ่เริ่มหันมาจับแนวธุรกิจดังกล่าวมากขึ้น เช่น ซิตี้แบงก์ สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่สหรัฐที่จัดทำโครงการ ซิตี้ ไบค์ โครงการสร้างศูนย์จักรยานไว้ตามจุดต่างๆ ของนิวยอร์ก ทำให้ลูกค้าสามารถยืมจักรยานจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งได้ โดยจอดจักรยานไว้ยังศูนย์ใกล้ๆ ที่มีอยู่ทั่วทั้งเมือง

สำหรับซิตี้แบงก์แล้ว แม้จะไม่ได้รับรายได้จากโครงการดังกล่าวโดยตรง แต่ก็ช่วยโฆษณาธุรกิจได้ดีทีเดียว

“เป็นเรื่องสำคัญในปัจจุบันสำหรับมุมมองที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์ หากแบรนด์สะท้อนภาพความใจกว้างและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โครงการของซิตี้แบงก์จึงเป็นหนทางที่ดีที่สุดที่จะแสดงให้เห็นว่าแบรนด์ให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมของชุมชนเมืองสมัยใหม่และยั่งยืน” เดอร์มอต โบเด็น หัวหน้าฝ่ายการสร้างแบรนด์ของซิตี้แบงก์ กล่าว

ทั้งนี้ สัญญาณต่างๆ ล้วนแล้วแต่ชี้ว่า แชร์ริง อีโคโนมี กำลังขยายใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่องตามการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มการบริโภค คำถามสำคัญคือเจ้าของธุรกิจพร้อมจะเปลี่ยนธุรกิจให้พร้อมรับแนวโน้มใหม่นี้หรือไม่

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI