
กรีซล้มเอเชียแย่
กรีซล้มเหลวในการเจรจาขอเงินช่วยเหลือจำนวน 7,200 ล้านยูโร (ราว 2.75 แสนล้านบาท) หลายต่อหลายครั้ง จนอาจไม่สามารถปลดล็อกขอเงินช่วยเหลือได้ทันกำหนดการชำระหนี้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) จำนวนราว 1,500 ล้านยูโร ภายในสิ้นเดือน มิ.ย.นี้ได้ และอาจต้องออกจากยูโรโซนไปในท้ายที่สุด
กรีซล้มเหลวในการเจรจาขอเงินช่วยเหลือจำนวน 7,200 ล้านยูโร (ราว 2.75 แสนล้านบาท) หลายต่อหลายครั้ง จนอาจไม่สามารถปลดล็อกขอเงินช่วยเหลือได้ทันกำหนดการชำระหนี้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) จำนวนราว 1,500 ล้านยูโร ภายในสิ้นเดือน มิ.ย.นี้ได้ และอาจต้องออกจากยูโรโซนไปในท้ายที่สุด
ดังนั้น บรรดานักลงทุนต่างกังวลต่อสิ่งที่จะมาภายหลังจากที่กรีซอาจออกจากยูโรโซนไปแล้ว
นิโคลัส สไปโร ผู้ก่อตั้งบริษัทที่ปรึกษา สไปโร ซอเวอเรน สเตรทจี ในกรุงลอนดอน แสดงทัศนะว่า หากกรีซต้องออกจากยูโรโซนไปจริง จะกระทบต่อตลาดหลักทรัพย์ของประเทศตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย
ตั้งแต่เริ่มต้นปี 2015 มีการถอนทุนออกจากตลาดหลักทรัพย์ของประเทศเกิดใหม่ในเอเชียไปแล้วมากถึง 2.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 8.07 แสนล้านบาท) หรือคิดเป็นเกือบ 80% ของจำนวนทุนไหลออกทั้งหมดตลอดปี 2014 ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ดัชนีตลาดเกิดใหม่เอ็มเอสซีไอเอเชียยังปรับตัวลดลงเกือบ 5% นับตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับในช่วงเดียวกันของตลาดหลักทรัพย์ละตินอเมริกาที่ขยายตัว 1.5% ในขณะที่การขยายตัวทางเศรษฐกิจของตลาดเกิดใหม่อย่างอินเดียและอินโดนีเซียต่างขยายตัวน้อยที่สุดในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ประกอบกับการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของจีนที่เสี่ยงต่อตลาดหลักทรัพย์แดนมังกรอีกด้วย
เห็นชัดว่าเอเชียมีภูมิคุ้มกันน้อยลง และหากเกิดการผิดนัดชำระหนี้ขึ้นจริง จะส่งผลให้นักลงทุนต่างตระหนกและถอยจากตลาดเอเชียมากขึ้น ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าว อาจมาพร้อมกับตลาดพันธบัตรที่กำลังย่ำแย่และผันผวนจากความกังวลต่อเวลาในการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)







