posttoday
ตลาดเกิดใหม่ขานรับ เฟดไม่คุยขึ้นดอกเบี้ย

ตลาดเกิดใหม่ขานรับ เฟดไม่คุยขึ้นดอกเบี้ย

19 มิถุนายน 2558

ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในปีนี้

ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในปีนี้ ภายหลังจากที่เศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ภายหลังการประชุมของคณะกรรมาธิการผู้กำหนดนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เอฟโอเอ็มซี)

อย่างไรก็ตาม เจเน็ต เยลเลน ผู้ว่าการเฟด เปิดเผยว่า การขึ้นดอกเบี้ยดังกล่าวจะเป็นไปอย่างทีละน้อย และจะขึ้นดอกเบี้ยก็ต่อเมื่อตลาดแรงงานเข้มแข็ง และอัตราเงินเฟ้อถึงเป้าหมายที่ 2%

“เฟดจะไม่ทำตามวิธีการแบบเครื่องจักรในการขึ้นอัตราดอกเบี้ย เราจะประเมินปัจจัยต่างๆ ที่จะมาถึง และเคลื่อนไหวในลักษณะที่เราเห็นว่าเหมาะสม” เยลเลน กล่าว

ในขณะเดียวกัน เอฟโอเอ็มซี คาดการณ์ว่าการขึ้นดอกเบี้ยดังกล่าวในปีนี้ จะแบ่งออกเป็น 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% ในขณะที่ปี 2016 จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า 0.25% หรืออยู่ที่ 1.625% ซึ่งต่ำกว่าการคาดการณ์ในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมาที่อยู่ที่ 1.875%

ในขณะเดียวกัน เอฟโอเอ็มซี ยังคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 2.875% ในปี 2017 ปรับตัวลดลงจากการคาดการณ์เดือน มี.ค. ที่อยู่ที่ 3.125%

ภายหลังจากการส่งสัญญาณชะลอการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ตลาดหลักทรัพย์ในประเทศตลาดเกิดใหม่ก็ได้ตอบรับการส่งสัญญาณดังกล่าว โดยดัชนีตลาดเกิดใหม่เอ็มเอสซีไอ ปรับตัวขึ้น 0.7% เมื่อเวลา 12.41 น. ตามเวลาท้องถิ่นฮ่องกง

ในขณะเดียวกัน ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฟิลิปปินส์ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. ในขณะที่ดัชนีคอสปิของเกาหลีใต้ ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.

นอกจากนี้ ค่าเงินของตลาดเกิดใหม่ก็ได้รับการส่งสัญญาณดังกล่าวเช่นเดียวกัน โดยค่าเงินริงกิตของมาเลเซียแข็งค่าขึ้น 1% เมื่อเทียบเหรียญสหรัฐ ซึ่งถือว่าแข็งค่ามากสุดนับตั้งแต่วันที่ 6 พ.ค. เช่นเดียวกับค่าเงินวอนที่แข็งค่าขึ้น 1% มากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 3 มิ.ย.

ในขณะเดียวกัน ค่าเงินรูปีของอินเดียที่แข็งค่าขึ้น 0.4% เทียบเหรียญสหรัฐ และค่าเงินเปโซของฟิลิปปินส์ก็ขยับขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค.

โจนาธาน ราเวลัส หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาด ธนาคารบีดีโอ ยูนิแบงก์ ของมะนิลา เปิดเผยว่า การเคลื่อนไหวในตลาดหลักทรัพย์ตลาดเกิดใหม่เกิดจากความโล่งใจของนักลงทุนที่เฟดไม่ได้ขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ หลังจากที่นักลงทุนต่างกังวลว่า การขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วของสหรัฐจะเพิ่มต้นทุนการกู้ยืม ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความต้องการสินทรัพย์เสี่ยง

“ตลาดชอบการค่อยๆ ทยอยขึ้นดอกเบี้ย” ราเวลัส กล่าว

อย่างไรก็ตาม การชะลอการขึ้นดอกเบี้ยดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงความอ่อนแอของเศรษฐกิจสหรัฐ

โจนาธาน ไวรท์ ศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ ในบัลติมอร์ รัฐแมรีแลนด์ สหรัฐ เปิดเผยว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจในครึ่งปีแรกของสหรัฐมีแนวโน้วอ่อนแอ ส่งผลให้เกิดความกังวลว่าความเปราะบางทางเศรษฐกิจจะขยายตัวอออกไป

เศรษฐกิจสหรัฐในไตรมาสแรกที่ผ่านมาปรับตัวลดลงไปอยู่ที่ 0.7% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี โดยมีสาเหตุมาจากสภาพอากาศเลวร้าย การประท้วงที่ท่าเรือ และยังเป็นผลมาจากการแข็งค่าขึ้นของสกุลเงินเหรียญสหรัฐที่แข็งค่ามากกว่า 15% เทียบสกุลเงินหลักในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ส่งผลโดยตรงต่อการส่งออก

โรเบิร์ต ทริปป์ หัวหน้านักกลยุทธ์ฝ่ายการลงทุนของพรูเด็นเชียล อินเวสต์เมนต์ แมนเนจเมนต์ สาขานิวเจอร์ซีย์ สหรัฐ เปิดเผยว่า การขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะส่งผลโดยตรงให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้น เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยในส่วนอื่นๆ ของโลกยังคงอยู่ในอัตราต่ำ ดังนั้นการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดจะส่งผลให้ทุนไหลเข้าสู่สินทรัพย์ของสหรัฐ ซึ่งส่งผลต่อเนื่องให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นๆ อย่างการชะลอการใช้จ่ายของผู้บริโภค การชะลอตัวของภาคการผลิต รวมไปถึงปัจจัยเสี่ยงอื่นๆทั่วโลก เช่น การผิดนัดชำระหนี้ของกรีซอีกด้วย

ไมเคิล เฟอโรริ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์สหรัฐ เจพีมอร์แกน สาขานิวยอร์ก เปิดเผยว่า เฟดยังไม่มีความมั่นใจจะขึ้นดอกเบี้ย เนื่องจากยังมีปัจจัยเสี่ยงต่างๆทั่วโลก ที่ส่งผลต่อไตรมาสแรกและการฟื้นฟูเศรษฐกิจของสหรัฐ

ในขณะเดียวกัน อัตราเงินเฟ้อในปัจจุบันของสหรัฐยังต่ำกว่าเป้าหมายที่ 2% อีกด้วย แม้ภาวะอัตราเงินเฟ้อติดลบหรือเงินฝืดในปัจจุบันในอาหารและพลังงานสหรัฐจะชะลอตัวไปอยู่ที่ 1.2% ในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา เทียบกับอัตราเงินฝืดในเดือน เม.ย. 2014 ที่อยู่ที่ 1.4% ก็ตาม

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน