posttoday
ทุนไหลออก ฉุดหุ้น-ค่าเงินร่วง

ทุนไหลออก ฉุดหุ้น-ค่าเงินร่วง

10 มิถุนายน 2558

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

หลังสถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐมีสัญญาณบ่งชี้การฟื้นตัวในทางบวก ยืนยันได้จากตัวเลขการจ้างงานในเดือน พ.ค.ที่สูงขึ้นจากเดือนก่อนหน้า ส่งผลให้นักวิเคราะห์หลายฝ่ายประเมินอย่างเชื่อมั่นว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีแนวโน้มจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงเดือน ก.ย.นี้

ความเป็นไปได้ข้างต้นส่งผลกระเทือนต่อการเคลื่อนไหวด้านการซื้อขายในตลาดทุนและตลาดเงินของภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติส่วนใหญ่เริ่มทยอยเทขายหลักทรัพย์และสินทรัพย์ของเอเชียเพื่อถอนเงินออกจากภูมิภาคแห่งนี้ โดยล่าสุดอินโดนีเซียถือเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในเอเชียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

บลูมเบิร์กรายงานว่า ต้นทุนการประกันภัยของพันธบัตรและตราสารหนี้ของอินโดนีเซียเพื่อป้องกันการผิดนัดชำระหนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงที่สุดของปีนี้ โดยค่าสวอปการผิดนัดชำระหนี้พันธบัตรอายุ 5 ปีของอินโดนีเซียปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.19% มาอยู่ที่ 180 จุด เพียงแค่ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

สำหรับสาเหตุสำคัญที่ทำให้นักลงทุนต่างชาติถอนเงินออกจากตลาดอินโดนีเซียสืบเนื่องมาจากความกังวลว่าค่าเงินรูเปียห์ที่อ่อนค่าลงอย่างรวดเร็วจะเป็นชนวนดันอัตราเงินเฟ้อของประเทศให้ถีบตัวสูงขึ้นจากระดับปัจจุบันที่ถือว่าอยู่ในระดับสูงอยู่แล้ว

ทั้งนี้ ธนาคารกลางอินโดนีเซียคาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อของประเทศจะยังคงอยู่ที่ระดับ 7% จนถึงเดือน ก.ย. ขณะที่สถานการณ์เศรษฐกิจที่เริ่มชะลอตัวของอินโดนีเซียยังได้รับแรงเสริมให้เลวร้ายขึ้นอีกจากปรากฏการณ์เอลนินโญที่จะทำให้การเก็บเกี่ยวพืชผลไม่เป็นไปตามเป้า

ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจอินโดนีเซียยังมีปัจจัยลบจากการที่ค่าเงินรูเปียห์ร่วงลงอ่อนค่าต่ำสุดในรอบ 17 ปี จนทำให้ธนาคารกลางของประเทศมีแนวโน้มกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการหั่นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักที่จะผลักดันให้นักลงทุนต่างชาติขนเงินออกนอกประเทศอินโดนีเซีย

“สิ่งที่วิตกกันก็คือปัจจัยทั้งหมดข้างต้นจะทำให้นักลงทุนเรียกร้องอัตราผลตอบแทนที่มากขึ้นหากต้องตัดสินใจซื้อพันธบัตรอินโดนีเซีย แต่ขณะเดียวกันธนาคารกลางอินโดนีเซียก็ตกอยู่ในสภาวะลำบากเพราะไม่อาจตัดลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นการเติบโตได้ เนื่องจากไม่อาจรับผลกระทบค่าเงินรูเปียห์ที่อ่อนค่าลงได้” อิกฮวานิ ฟอว์ซานา หัวหน้านักค้าอัตราดอกเบี้ยจากธนาคารพีที แบงก์ เนการา อินโดนีเซีย ในกรุงจาการ์ตา กล่าว

ด้านข้อมูลจากพีที แมนติดริ เซกูริทัส เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปี ค่าเงินรูเปียห์ลดลงแล้ว 7.5% เมื่อเทียบกับสกุลเงินเหรียญสหรัฐมาอยู่ที่ 13,385 รูเปียห์/เหรียญสหรัฐ แตะระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือน ส.ค. 1998 ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.25% ในสัปดาห์นี้ มาอยู่ที่ 8.77% แตะระดับสูงสุดในรอบ 15 เดือน

นอกเหนือจากอินโดนีเซียแล้ว มาเลเซียก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ได้รับผลกระทบจากความวิตกของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดเช่นกัน จนธนาคารกลางของประเทศต้องออกมาส่งสัญญาณรักษาเสถียรภาพว่ามีแผนจะซื้อคืนพันธบัตรหากอัตราผลตอบแทนปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นจากระดับปัจจุบัน

เช่นเดียวกันตลาดพันธบัตร ตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียกำลังตกอยู่ในภาวะผันผวนไม่ต่างกัน โดยเฉพาะตลาดภายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) โดยประเทศที่ตลาดหุ้นปรับตัวลดลงมากที่สุดยังคงเป็นอินโดนีเซีย

บลูมเบิร์กรายงานว่า วันที่ 9 มิ.ย. ดัชนีจาการ์ตา คอมโพสิตลดลง 2.3% มาอยู่ที่ 4,899.9 จุด นับเป็นการลดลงระหว่างวันที่มากกว่า 10% นับตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย. ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ร่วงลง 2.2% ต่ำสุดในรอบ 5 เดือน และดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวร่วงลง 1%

ยิ่งไปกว่านั้น ดัชนีเอ็มเอสซีไอ อีเมิร์จจิง มาร์เก็ต ซึ่งวัดความเคลื่อนไหวในตลาดหุ้นกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ทั่วโลกพบว่า ดัชนีดังกล่าวปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องยาวนานสุดนับตั้งแต่ปี 1990 และมีแนวโน้มจะเดินหน้าปรับตัวลดลงอีก เพราะเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวดีจนเป็นสัญญาณเปิดทางให้เฟดสามารถขึ้นอัตราดอกเบี้ย จูงใจให้นักลงทุนขนเงินกลับไปลงทุนในตลาดสหรัฐ

วรุฒ ศิวะศริยานนท์ หัวหน้าศูนย์วิจัยแห่งเอเชีย เวลธ์ ซีเคียวริตี้ โค. ให้สัมภาษณ์ผ่านสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า ความวิตกต่อการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐเป็นปัจจัยที่ทำร้ายตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่ โดยเฉพาะประเทศไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ โดยกลุ่มประเทศดังกล่าวมีแนวโน้มจะเผชิญหน้ากับกระแสทุนไหลออกครั้งใหญ่ ถ้าการขึ้นดอกเบี้ยส่งผลให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐปรับตัวแข็งค่าขึ้นด้วย 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI