
รัฐบาลกรีซลุยแผนใหม่ เจรจารับเงินช่วยยังไม่คืบ
คุยเจรจาขอรับเงินช่วยเหลือกรีซ-เจ้าหนี้ยังไม่ชัด หลังกรีซยังไม่ยอมรัดเข็มขัด ด้านไซปราสเปิดประชุมถกหนัก
โดย..ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
คุยเจรจาขอรับเงินช่วยเหลือกรีซ-เจ้าหนี้ยังไม่ชัด หลังกรีซยังไม่ยอมรัดเข็มขัด ด้านไซปราสเปิดประชุมถกหนัก
สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลกรีซ ระบุว่า นายกรัฐมนตรี อเล็กซิส ไซปราส ของกรีซ มีกำหนดเรียกกลุ่มคนใกล้ชิดในรัฐบาลเข้าไปพูดคุยเพื่อวางแผนเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวต่อไปของรัฐบาลกรีซ ในช่วงเย็นวันที่ 4 มิ.ย. หลังจากที่การพูดคุยเรื่องการรับเงินช่วยเหลือก้อนสุดท้ายระหว่างรัฐบาลกรีซและบรรดาเจ้าหนี้ยังไม่มีข้อตกลงใดๆ ออกมา ซึ่งทางเจ้าหนี้ได้กดดันให้กรีซต้องบรรลุข้อตกลงภายในวันที่ 14 มิ.ย.นี้
จากการประชุมของผู้นำกรีซกับ ฌอง-โคลด จุงเกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) และ เจอโรน ดิสเซลโบลม ประธานรัฐมนตรีการคลัง 19 ประเทศยูโรโซน และรัฐมนตรีการคลังเนเธอร์แลนด์ ที่กรุงบรัสเซลส์ ของเบลเยียม ทางไซปราสยังคงยืนยันในจุดยืนว่า หลักของการตกลงร่วมกันจะต้องเป็นข้อเสนอของทางกรีซ ซึ่งจะต้องหลีกเลี่ยงการตัดลดรายจ่ายและเพิ่มภาษี โดยแผนนี้นับว่าตรงข้ามกับข้อเสนอของเจ้าหนี้ที่ต้องการให้รัฐบาลกรีซมีมาตรการดังกล่าว
“ข้อเสนอที่เป็นจริงในการพูดคุย คือข้อเสนอของรัฐบาลกรีซ เราไม่สามารถทำผิดแบบเดิมได้อีก ความผิดที่เกิดขึ้นในอดีต” ไซปราส กล่าวภายหลังจากเสร็จสิ้นการพูดคุยกับทางเจ้าหนี้ เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา
ไซปราส ระบุว่า ความต้องการของกลุ่มประเทศในยูโรโซนและไอเอ็มเอฟที่ให้ปรับลดรายได้ของผู้รับเงินบำนาญที่ยากจน และปรับเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มนั้นเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ ซึ่งสะท้อนถึงข้อปฏิเสธที่ชัดเจนของกรีซ นับตั้งแต่พรรคไซริซาของไซปราสชนะการเลือกตั้งในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา
“ความคิดที่ว่าปรับลดผลประโยชน์สำหรับผู้รับเงินบำนาญ หรือปรับเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มของค่าไฟฟ้า 10% นั้นไม่สามารถเป็นหลักพื้นฐานของการพูดคุย” ผู้นำกรีซ ระบุ
ขณะที่ประเด็นเรื่องงบประมาณเกินดุลนั้น ไซปราส ระบุว่า ทั้งสองฝ่ายใกล้ที่จะได้ข้อตกลงร่วมกันแล้ว โดยทางเจ้าหนี้ต้องการให้กรีซมียอดงบประมาณเกินดุล 1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ในปีนี้ และ 2% ในปีหน้า 3% ในปี 2017 ส่วนในปี 2018 ให้อยู่ที่ 3.5% ซึ่งผู้นำกรีซ ระบุว่า ข้อเสนอนี้เป็นหลักพื้นฐานที่ดีสำหรับการพิจารณาต่อไป
แม้ว่าในขณะนี้กรีซยังไม่สามารถเข้าถึงเงินทุนช่วยเหลือ ซึ่งมีกำหนดสิ้นอายุในสิ้นเดือนนี้ ทว่ากรีซมีกำหนดต้องชำระหนี้ต่อกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ในเดือน มิ.ย. เป็นเงินมูลค่ามากกว่า 1,500 ล้านยูโร (ราว 5.7 หมื่นล้านบาท) โดยกำหนดชำระหนี้งวดแรกคือ วันที่ 5 มิ.ย.นี้ โดยผู้นำกรีซส่งสัญญาณชัดเจนว่าจะชำระหนี้อย่างแน่นอน
ด้านอีซี ระบุในแถลงการณ์ว่า หลังจากการประชุมในคืนวันที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมา งานที่ตึงเครียดยังต้องดำเนินต่อไป และความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นในความเข้าใจของแต่ละฝ่ายขึ้นอยู่กับข้อเสนอที่หลากหลาย
ทั้งนี้ ทางการกรีซได้พยายามที่จะแสดงให้เห็นว่า ทางอีซีสนับสนุนต่อข้อเสนอของรัฐบาลกรีซมากกว่าข้อเสนอของตัวแทนของเจ้าหนี้อื่นๆ โดยกรีซนั้นได้พยายามขอแรงสนับสนุนจากอีซีเพื่อลดมาตรการการรัดเข็มขัดที่เกิดขึ้นในระหว่างรับเงินช่วยเหลือ 2 งวดแรกที่มีมูลค่า 2.4 แสนล้านยูโร นับตั้งแต่ปี 2010
“มีความตั้งใจที่สร้างสรรค์จากอีซีที่จะบรรลุเข้าใจร่วมกัน” ไซปราส กล่าว
ความพยายามของกรีซที่ได้เรียกร้องไม่ให้ใช้มาตรการรัดเข็มขัดได้ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างกรีซและเจ้าหนี้ โดยเจ้าหนี้ระบุว่า เงื่อนไขการรับเงินช่วยเหลือนั้นมีประสิทธิภาพดีต่อประเทศอื่นๆ เช่น ไอร์แลนด์ ที่ขณะนี้ไม่ได้อยู่ในโครงการขอรับเงินช่วยเหลือแล้ว และกรีซเองก็ไม่ควรจะได้รับการปฏิบัติพิเศษแต่อย่างใด







