
ดอลลาร์แข็งโป๊ก เทียบเยนสูงสุดรอบ 12 ปี
คาดเฟดขึ้นดอกเบี้ยสวนทางคิวอีญี่ปุ่น ดันค่าเงินเหรียญสหรัฐปรับตัวแข็งค่าแตะระดับสูงที่สุดรอบใน 12 ปี
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
คาดเฟดขึ้นดอกเบี้ยสวนทางคิวอีญี่ปุ่น ดันค่าเงินเหรียญสหรัฐปรับตัวแข็งค่าแตะระดับสูงที่สุดรอบใน 12 ปี
ค่าเงินเหรียญสหรัฐปรับตัวแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินเยนของญี่ปุ่น เมื่อช่วงการซื้อขายของวันที่ 28 พ.ค โดยไปอยู่ที่ 124.30 เยน/เหรีญสหรัฐ ซึ่งเป็นระดับที่แข็งค่ามากที่สุดนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2002 ที่ผ่านมา ก่อนที่จะอ่อนค่าลงเล็กน้อยในช่วงเย็นของวันเดียวกัน ภายหลังจากที่มีสัญญาณจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ว่าเตรียมจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงนโยบายทางการเงินที่แตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างเฟดกับธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ที่ยังคงกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง
นับตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา ค่าเงินเหรียญสหรัฐนั้นแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆ 16 สกุลเงิน ภายหลังจากที่กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน ซึ่งใช้ประเมินตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐ ในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.3% นับเป็นการปรับเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค. 2013 และ เจเน็ต เยลเลน หัวเรือใหญ่ของเฟด ได้แสดงความคาดหวังว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้
ทั้งนี้ ค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นถึงเกือบ 2% ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. โดยในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ทาง ฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการ บีโอเจ ออกโรงย้ำว่า จะมีการปรับนโยบายทางการเงินหากมีความจำเป็นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2%
“เราค่อนข้างมีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับข้อมูลเศรษฐกิจด้านบวกของสหรัฐ และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ตัวเลขเงินเฟ้อพื้นฐานสหรัฐที่สร้างเซอร์ไพรส์ในทิศทางบวก ซึ่งนี่ได้จุดชนวนให้เกิดการเข้าซื้อเงินเหรียญสหรัฐ เนื่องจากการคาดหวังว่าเฟดจะปรับดอกเบี้ยขึ้น” อัลวิน ที. แทน นักวางกลยุทธ์อัตราแลกเปลี่ยนของโซซีเอเต เจเนอรัล ในกรุงลอนดอน กล่าว
ขณะเดียวกัน แทน ยังคาดการณ์ด้วยว่า ค่าเงินเหรียญสหรัฐเมื่อเทียบกับค่าเงินเยนจะแข็งค่ามากกว่านี้ในปีนี้ โดยไปอยู่ที่ 126 เยน/เหรียญสหรัฐเลยทีเดียว
ด้านของ จอห์น กอร์แมน หัวหน้าผู้ค้าเงินเหรียญสหรัฐในเอเชีย-แปซิฟิกของโนมูระ โฮลดิ้ง ในโตเกียว ก็ระบุว่า เฟดนั้นจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระดับใกล้ศูนย์ในเร็วๆ นี้ และตลาดจะได้เห็นค่าเงินเหรียญสหรัฐเป็นที่ต้องการลงทุน เนื่องจากว่าเป็นค่าเงินที่มีความปลอดภัยสูง
นอกจากนี้ ความกังวลที่ว่าประเทศกรีซจะผิดนัดชำระหนี้ต่อกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ยังได้จุดชนวนให้มีความต้องการค่าเงินเหรียญสหรัฐเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยด้วย
ความเป็นไปได้ของเฟดที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ยังได้รับแรงสนับสนุนมาจาก จอห์น วิลเลียม ประธานเฟด สาขาซานฟรานซิสโก ซึ่งเป็นประธานเฟดสายพิราบ หรือฝ่ายที่สนับสนุนการใช้นโยบายผ่อนคลาย และเป็นหนึ่งในผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงในการกำหนดนโยบายทางการเงิน ได้ระบุว่า มีแนวโน้มที่สหรัฐจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ เนื่องจากว่ามีมุมมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัวขึ้นจากการเติบโตในไตรมาสแรกที่อ่อนแอ
“ผมคาดหวังว่า พวกเราจะเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลังจากนี้ในปีนี้ โดยเศรษฐกิจสหรัฐกำลังทำผลงานได้ดี และเรากำลังเดินหน้าสู่เป้าหมาย” วิลเลียม กล่าวระหว่างการขึ้นพูดในงานสัมมนาที่สิงคโปร์ พร้อมระบุว่า ตัวเลขเศรษฐกิจในปีนี้จะดีกว่าตัวเลขในไตรมาสแรก และคาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐในปี 2015 นี้จะขยายตัวได้ที่ราว 2%
นอกจากนี้แล้ว วิลเลียม ยังระบุด้วยว่า เฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยทีละน้อย และปรับดอกเบี้ยไปสู่ระดับปกติในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ส่วนประเด็นเรื่องการพิจารณาการขึ้นดอกเบี้ยจะอยู่ในการประชุมทุกครั้ง ซึ่งหมายรวมถึงการประชุมในเดือน มิ.ย.นี้ด้วย
ในขณะเดียวกัน เบน เบอร์แนนคี อดีตผู้ว่าการเฟด ได้กล่าวระหว่างเดินทางไปออสเตรเลีย แสดงมุมมองว่า เศรษฐกิจสหรัฐนั้นกำลังฟื้นตัวขึ้น โดยครัวเรือนก็อยู่ในสภาพที่ค่อนข้างดี ส่วนผู้บริโภคก็มีทัศนะเป็นบวกมากกว่าที่เคยเป็นมาเช่นกัน ฉะนั้นแล้วจึงมีพื้นที่อีกมากที่เศรษฐกิจจะเติบโต
วันเดียวกัน ทาง วิลเลียม ระบุด้วยว่า สหรัฐควรที่จะใช้กฎข้อบังคับและการควบคุมทางการเงินเพื่อป้องกันการเกิดวิกฤตในอนาคต แทนที่่จะใช้เครื่องมือที่เป็นนโยบายทางการเงิน อย่างเช่น การกำหนดอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง
“นโยบายทางการเงินไม่เหมาะกับการจัดการกับความกังวลเรื่องเสถียรภาพทางการเงิน แม้กระทั่งว่าเป็นทางเลือกสุดท้าย” วิลเลียม ระบุ







