
เพิ่มสภาพคล่องหยวน
หลังจากพญามังกรแห่งเอเชียแสดงจุดยืนชัดเจนต่อบทบาทของสกุลเงินหยวน และพยายามผลักดันให้เงินหยวนกลายเป็นหนึ่งในเงินสกุลหลักของโลก ด้วยการเข้าเป็นหนึ่งในกลุ่มตะกร้าค่าเงิน (เอสดีอาร์) ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ)
หลังจากพญามังกรแห่งเอเชียแสดงจุดยืนชัดเจนต่อบทบาทของสกุลเงินหยวน และพยายามผลักดันให้เงินหยวนกลายเป็นหนึ่งในเงินสกุลหลักของโลก ด้วยการเข้าเป็นหนึ่งในกลุ่มตะกร้าค่าเงิน (เอสดีอาร์) ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ)
เบน เบอร์แนนคี อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ออกโรงเตือนจีนว่า จีนควรหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่เกิดจากอัตราแลกเปลี่ยน ภายหลังจากที่จีนพยายามเปิดบัญชีทุนให้นักลงทุนจากทั่วโลกเข้าไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์และตลาดพันธบัตรของจีนได้ ในขณะที่ประชาชนจีนสามารถไปลงทุนต่างประเทศได้ง่ายขึ้น
“เมื่อใดที่คุณเปิดกว้างบัญชีทุน คุณต้องมั่นใจว่าเศรษฐกิจของคุณเข้มแข็งพอที่จะรับมือกับเงินทุนไหลออก” เบอร์แนนคี กล่าว ก่อนระบุว่า การเปิดบัญชีดุลถือเป็นดาบสองคม โดยถ้าหากค่าเงินอ่อนลงเพียงเล็กน้อยก็สามารถสร้างความตระหนก และก่อให้เกิดเงินทุนไหลออกได้แล้ว
ดังนั้น การหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนดังกล่าว เบอร์แนนคี ระบุว่า สามารถทำได้โดยการเพิ่มสภาพคล่องในตลาดให้มีความผันผวนต่ำ เพื่อให้นักลงทุนสามารถลงทุนหรือถอนการลงทุนได้ง่าย
อย่างไรก็ตาม ในด้านของการผลักดันให้ค่าเงินหยวนกลายเป็นสกุลเงินหลักของโลกผ่านเอสดีอาร์ของไอเอ็มเอฟ เบอร์แนนคี แสดงทัศนะว่า เป็นการกระทำเพื่อภาพลักษณ์และศักดิ์ศรีของจีน
“ถึงหยวนจะกลายเป็นสกุลเงินเอสดีอาร์ ก็จะไม่ส่งผลใดๆ ต่อจีนโดยเฉลี่ย การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการกระทำเชิงสัญลักษณ์” อดีตผู้ว่าการเฟด กล่าว







