posttoday
Chugoku 18

Chugoku 18

17 พฤษภาคม 2558

ผมเดินออกจากร้าน “ขนมปังจากโกเบ” มาตามถนนสายปีศาจ แวะดูร้านรวงและรูปหล่อสารพัดตัวปีศาจมาเรื่อยๆ

ผมเดินออกจากร้าน “ขนมปังจากโกเบ” มาตามถนนสายปีศาจ แวะดูร้านรวงและรูปหล่อสารพัดตัวปีศาจมาเรื่อยๆ รูปหล่อสำริดที่อยู่ทั้งสองข้างทางมีทั้งตัวเล็กตัวใหญ่ไล่เรียงไปจนเกือบสุดถนน และมาสมทบกันกับคณะของเราที่หน้า Mizuki Shigeru Memorial Museum พิพิธภัณฑ์แห่งนี้อาจจะไม่ได้อู้ฟู่เหมือนของโคนัน แต่ก็รวบรวมแนวคิดและผลงานของอาจารย์ชิเงรุไว้เป็นที่เป็นทาง โดยเฉพาะบรรดาหน้ากากผีและปีศาจจากทั่วทุกมุมโลก ผมคิดว่านี่คือส่วนที่ดีที่สุดส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เพราะบรรดาหน้ากากเหล่านี้คือของที่ระลึกที่อาจารย์ชิเงรุได้รวบรวมไว้จากการเดินทางไปยังซีกโลกต่างๆ ที่มีเรื่องราวของภูตผีปีศาจและสิ่งเร้นลับเหนือธรรมชาติ เพื่อไปทำความรู้จักและทำความเข้าใจกับเรื่องราวเหล่านั้นกับคนท้องถิ่น เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ในเรื่องภูตผีปีศาจอย่างที่ไม่เคยมีนักเขียนการ์ตูนท่านใดเคยทำมา จึงทำให้งานเขียนของอาจารย์ชิเงรุเต็มไปด้วยสีสันและความหลากหลายของตัวละคร ที่สำคัญคือมีตำนานต่างๆ รองรับและให้ไปสืบค้นต่อได้อย่างสนุกสนาน จะเรียกว่าตัวละครปีศาจของอาจารย์นั้นคือการผสมผสานตำนานและจินตนาการให้กลมกลืนจนรู้สึกสมจริงเลยก็ว่าได้

Chugoku 18

 

เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์จนจบแล้วถ้าเป็นนักท่องเที่ยวปกติก็คงเดินย้อนกลับเส้นทางเดิม แต่เจ้าภาพพาเราเดินออกไปยังด้านหลัง ยังมีอีกอาคารหนึ่งที่น่าสนใจ แค่ตรงทางเข้าก็เรียกแขกได้แล้วเพราะมีป้ายชื่อ Gegege no Yokai Rakuen ที่มีตัวละครหลักๆ มาเชิญชวนอยู่บนป้าย พอเดินเข้าไปที่อาคารก็จะเจอโครงกระดูกขนาดสูง 3 เมตร ให้เห็นเป็นเด่นชัดตรงประตูทางเข้า ที่นี่เป็นแหล่งรวมของฝากจากการ์ตูน “อสูรน้อยคีทาโร่” ที่แปลกๆ และหายากอย่างเช่นโอเด้งกระป๋องที่มีลวดลายการ์ตูนด้านนอก ส่วนข้างในก็เป็นเครื่องโอเด้งที่ทำเป็นรูปตัวการ์ตูนปีศาจ หมอนสามเหลี่ยมรูปปีศาจผ้า ลูกโป่งลูกตา (พ่อคีทาโร่) เซมเบะรูปปีศาจ น้ำดื่มบรรจุขวดรูปลูกตา เป็นต้น ใครหิวเขาก็มีอาหารง่ายๆ อย่างเบอร์เกอร์ที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นมาปรุงไว้คอยบริการ ที่พลาดไม่ได้คือ กาแฟลาเต้ที่วาดลายปีศาจไว้บนฟองนม ด้านนอกมีเครื่องเล่นประเภทเดียวกับงานวัด เช่น ยิงปืนไว้ให้ซ้อมมือด้วย หรือจะแค่ถ่ายรูปกับรูปปั้นตัวการ์ตูนขนาดใกล้เคียงกับของจริงก็สนุกแล้วเพราะที่อื่นๆ ไม่มี ใครมาพิพิธภัณฑ์อย่างเดียวโดยไม่ได้แวะมาที่นี่ต้องบอกว่าน่าเสียดาย

Chugoku 18

 

คณะของเราอยู่กันจนร้านปิดแล้วถึงเดินกลับไปยังที่จอดรถเพื่อเข้าที่พัก การมาเที่ยวจังหวัดทตโทรินี่ถ้าพลาดการอาบน้ำแร่ต้องถือว่ามาไม่ถึง เพราะที่นี่มีน้ำแร่ขึ้นชื่ออยู่ 3 แห่ง แต่ละแห่งก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป เช่น Sekigane Onsen แหล่งน้ำแร่เก่าแก่กว่า 1,200 ปี ที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งเพราะน้ำแร่ของที่นี่ไร้สี ไร้กลิ่นและมีรสชาติเหมือนน้ำธรรมดาแต่อุดมไปด้วยแร่ธาตุโดยเฉพาะ Radium ที่มีคุณสมบัติลดอาการบาดเจ็บและเพิ่มความเปล่งปลั่งให้กับผิวพรรณ อีกแห่งคือ Misasa Onsen ที่อุดมไปด้วย Radium เช่นกัน แต่ที่เหนือล้ำกว่านั้นคือมีธาตุ Radon ที่สูงที่สุดในโลก เจ้าธาตุ Radon นี่มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญของร่างกายและเสริมสร้างระบบซ่อมแซมตัวเองให้ทำงานได้ดีขึ้น จึงเป็นที่นิยมของชาวญี่ปุ่นมาก โดยเฉพาะผู้สูงวัยจะมาพักกันที่นี่นานหน่อย และแห่งสุดท้ายคือ Kaike Onsen ที่อยู่ใกล้ๆ กับเมืองท่า Sakaiminato และก็เป็นที่ที่เราจะไปนอนอาบน้ำแร่กันคืนนี้ด้วยครับ

Chugoku 18

 

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน