
อัดพม่า‘หยุดกดขี่โรฮีนจา’ มาเลย์สั่งตะเพิดเรือผู้อพยพ
มาเลเซียส่งข้อความถึงพม่า “หยุดกดขี่โรฮีนจา” หลังเรือขนผู้อพยพทะลักเพียบ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
มาเลเซียส่งข้อความถึงพม่า “หยุดกดขี่โรฮีนจา” หลังเรือขนผู้อพยพทะลักเพียบ
วัน จูไนดี ตวนกู จาฟาร์ รัฐมนตรีช่วยกระทรวงมหาดไทยมาเลเซีย กล่าวว่า ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะต้องส่งข้อความที่ชัดเจนถึงประเทศพม่า ว่าให้หยุดกดขี่ชนกลุ่มน้อยโรฮีนจา เนื่องจากว่า พม่ามีส่วนสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาผู้อพยพที่เพิ่มมากขึ้น ที่ขณะนี้ได้จุดชนวนความกังวลต่อวิกฤตมนุษยธรรมในภูมิภาค
“แน่นอนว่า มีปัญหาเกิดขึ้นในพม่าเกี่ยวกับวิธีการดูแลชาวโรฮีนจา ดังนั้นแล้วจึงเป็นเรื่องจำเป็นที่ว่าทำไมเราจะต้องส่งข้อความที่ชัดเจนไปให้พม่าว่า พม่าจะต้องดูแลคนของเขาด้วยมนุษยธรรม ชาวโรฮีนจาจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างมนุษย์และต้องไม่ถูกกดขี่” วัน จูไนดิ กล่าว
ในปัจจุบันมาเลเซียเองก็เป็นประเทศที่มีผู้อพยพชาวโรฮีนจาหลายพันคนในประเทศ เนื่องจากว่ามาเลเซียเป็นประเทศที่มีความมั่งคั่ง และยังเป็นประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามด้วย
วัน จูไนดิ ระบุแสดงความคาดหวังว่า ประเด็นเรื่องผู้อพยพชาวโรฮีนจา ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมที่ได้รับการเลือกปฏิบัติในพม่า และตกเป็นเป้าของความรุนแรงหลายต่อหลายครั้งจะถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยในการประชุมสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ซึ่งในปีนี้มาเลเซียเป็นประธานของอาเซียนด้วย
“เราไม่สามารถเป็นเพียงประเทศเดียวที่รับผิดชอบในการนำพวกเขาเข้ามา” รัฐมนตรีช่วยกระทรวงมหาดไทยแดนเสือเหลือง กล่าว
กระนั้นก็ตาม รายงานของสำนักข่าวเอพี ระบุว่า สิ่งที่เป็นปัญหาสำคัญของอาเซียนก็คือ อาเซียนไม่เคยแก้ไขปัญหาข้อพิพาทร่วมกันได้เลย โดยชาติในอาเซียนมีหลักปฏิบัติร่วมกันที่จะไม่เข้าแทรกแซงกิจการภายในของแต่ละประเทศด้วยกันเอง อันนำมาซึ่งช่องโหว่สำคัญของอาเซียนในการใช้อำนาจที่ผิด โดยไม่มีผลลัพธ์ใดๆ ที่เกิดตามมานั่นเอง
รายงานจากสื่อดังระบุต่อไปว่า เมื่อครั้งที่พม่าเป็นประธานอาเซียนในปี 2014 พม่าได้ขัดขวางการหยิบยกประเด็นเรื่องชาวโรฮีนจาขึ้นมาพูดคุย เช่นเดียวกันกับที่พม่าไม่หยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นมาในการพูดคุยในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนเมื่อเดือนที่แล้วที่ลังกาวี ของมาเลเซีย
นอกจากนี้แล้ว วัน จูไนดิ ยังกล่าวมุ่งเป้าไปถึงบังกลาเทศ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีผู้อพยพเข้ามาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นจำนวนมากด้วย
“หลายคนมาจากบังกลาเทศ ดังนั้นแล้วอะไรเกิดขึ้นที่นั่น บังกลาเทศไม่ใช่ประเทศประชาธิปไตยหรืออย่างไร และดูเหมือนว่าที่นั่นจะมีปัญหาใหญ่เกิดขึ้น” วัน จูไนดิ ระบุ
ก่อนหน้านี้ ทางมาเลเซียได้ระบุว่า จะส่งกลับเรือที่ขนผู้อพยพจากพม่าและบังกลาเทศที่เข้ามา ถ้าหากว่าเรือลำดังกล่าวไม่ได้อยู่ในความเสี่ยงที่กำลังจะจม ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นการเดินตามมาตรการแก้ไขปัญหาของอินโดนีเซีย แม้ว่าบรรดาองค์กรสิทธิมนุษยชนต่างๆ และสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) จะระบุว่า การกระทำนี้จะทำให้ผู้อพยพบนเรือที่อยู่ในสภาวะย่ำแย่นั้นเสียชีวิตได้
มาตรการดังกล่าวของมาเลเซียมีความชัดเจนมากขึ้น เมื่อมีรายงานจากเอพี ระบุว่า ในช่วงกลางดึกของวันที่ 13 พ.ค. ทางมาเลเซียได้ส่งกลับเรือขนผู้อพยพชาวโรฮีนจา และบังกลาเทศ 2 ลำ ที่บรรทุกคนมากกว่า 800 คน กลับไป
วัน จูไนดิ ระบุว่า พบเรือขนผู้อพยพราว 500 คน นอกชายฝั่งของรัฐปีนัง ก่อนที่มาเลเซียจะให้เสบียงอาหาร และส่งเรือกลับไปตามทาง โดยความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ผู้อพยพเกือบ 1,000 คน ขึ้นมาบนฝั่งของเกาะลังกาวีได้ 3 วัน
“คุณคาดหวังให้เราทำอะไร ที่ผ่านมาเราต้อนรับให้กับผู้คนที่ล่วงล้ำเข้ามาในพรมแดนของเรา เราให้การดูแลพวกเขาอย่างมีมนุษยธรรม ทว่าพวกเขาไม่สามารถที่จะทะลักเข้ามาในแนวชายฝั่งของเราแบบนี้” รัฐมนตรีช่วยกระทรวงมหาดไทยมาเลเซีย กล่าว
ขณะที่เจ้าหน้าที่มาเลเซีย 2 คน เปิดเผยว่า ในช่วงกลางดึกของวันที่ 13 พ.ค. พบเรืออีกลำซึ่งขนผู้อพยพมาราว 300 คน บริเวณใกล้เกาะลังกาวีก็ถูกส่งกลับไปเช่นกัน
“เราจำเป็นต้องส่งข้อความที่ชัดเจนว่า พวกเขาไม่ได้รับการต้อนรับที่นี่” วัน จูไนดิ กล่าว







