
ค้าชายแดนกาญจน์ขยับ รับเขตเศรษฐกิจพิเศษเฟส 2
มติของคณะกรรมการเขตเศรษฐกิจพิเศษ (กพน.) ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน
โดย...ปิยรัชต์ จงเจริญ
มติของคณะกรรมการเขตเศรษฐกิจพิเศษ (กพน.) ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เห็นชอบจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษระยะที่ 2 อีก 5 จังหวัด หนึ่งในนั้นมีกาญจนบุรีรวมอยู่ด้วย ช่วยให้ความหวังของชาวเมืองกาญจน์ตื่นฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากเมกะโปรเจกต์เส้นจากด่านพุน้ำร้อนถึงเมืองทวายในประเทศพม่า ซึ่งเชื่อมโยงกับโครงการท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวาย นิ่งเงียบหาความชัดเจนไม่ได้ไปนาน
วรวิทย์ เมฆนพรัตน์ พาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า สถานการณ์การค้าชายแดนด้าน จ.กาญจนบุรี พบว่าโดยภาพรวมมีตัวเลขการนำเข้า-ส่งออกค่อนข้างดีทั้งสองจุด คือ ที่ด่านถาวรบ้านพุน้ำร้อน ต.บ้านเก่า อ.เมืองกาญจนบุรี และจุดผ่อนปรนทางการค้าชั่วคราว ด่านพระเจดีย์สามองค์ อ.สังขละบุรี และภายหลังจาก กพน.พิจารณาเห็นชอบเขตเศรษฐกิจพิเศษระยะที่ 2 ใน 5 จังหวัด ซึ่ง จ.กาญจนบุรี เป็นหนึ่งในนั้น โดยกำหนดพื้นที่เขต อ.เมืองกาญจนบุรี ใน 2 ตำบล ประกอบด้วย ต.แก่งเสี้ยน และบ้านเก่า ส่งผลให้เกิดการตื่นตัวของนักธุรกิจทั้งในและนอกพื้นที่
“หลายคนมองว่าการเชื่อมต่อธุรกิจส่งออกไปยังเมืองทวาย ประเทศพม่า จะเกิดความชัดเจนมากขึ้น ประกอบกับแนวโน้มที่จะผลักดันให้มีการยกฐานะจุดผ่อนปรนทางการค้าชั่วคราว ด่านพระเจดีย์สามองค์เป็นด่านถาวร และการพัฒนาเส้นทางคมนาคมในพม่ามีความเป็นไปได้สูง ซึ่งจะช่วยให้การค้าเชื่อมต่อไปยังเมืองอื่นๆ ในพม่าสะดวกมากขึ้น ก็จะยิ่งดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาลงทุนใน 13 กลุ่มกิจการในเขตเศรษฐกิจพิเศษที่จะได้รับสิทธิประโยชน์การลงทุนมากขึ้น”วรวิทย์ กล่าว
พาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี บอกว่า การดำเนินการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษนั้น จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2559 ดังนั้นในช่วงนี้นักธุรกิจจะต้องเตรียมพร้อม โดยควรที่จะศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภค และองค์ความรู้ต่างๆ ในการประกอบธุรกิจและการลงทุน เพื่อสร้างความมั่นใจ ประกอบกับภายในปีหน้าจะมีการเลือกตั้งใหม่เกิดขึ้นในประเทศพม่า ดังนั้นภาพรวมของการลงทุนก็จะชัดเจนมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ทิศทางการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษกาญจนบุรี ประเด็นสำคัญที่สุดยังคงเป็นความชัดเจนโครงการท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวาย ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล ซึ่งรัฐบาลพม่า รัฐบาลไทย และกลุ่มทุนไทยไม่อาจแบกรับได้ทั้งหมด การจัดตั้งนิติบุคคลเฉพาะกิจขึ้นมาบริหารโครงการตามข้อตกลงของรัฐบาลทั้งสองประเทศ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ซึ่งในอนาคตอาจมีฝ่ายที่สามเข้ามาร่วมลงทุน ซึ่งทุกฝ่ายกำลังหมายตาไปที่ญี่ปุ่น







