
น้ำมันพุ่งทะลุ 62 เหรียญ
ปริมาณการผลิตน้ำมันในสหรัฐปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดทำให้ราคาน้ำมันในตลาดฟิวเจอร์สที่นิวยอร์กปรับเพิ่มขึ้นอีก 2.8% ทำให้ราคาทะยานขึ้นไปอยู่ที่ 62 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล แล้วเมื่อวานนี้ หลังจากที่ก่อนหน้านั้นราคาปิดในการซื้อขายที่นิวยอร์กก็พุ่งขึ้นไป 1.47 เหรียญสหรัฐ ไปปิดที่ 60.40 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
ปริมาณการผลิตน้ำมันในสหรัฐปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดทำให้ราคาน้ำมันในตลาดฟิวเจอร์สที่นิวยอร์กปรับเพิ่มขึ้นอีก 2.8% ทำให้ราคาทะยานขึ้นไปอยู่ที่ 62 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล แล้วเมื่อวานนี้ หลังจากที่ก่อนหน้านั้นราคาปิดในการซื้อขายที่นิวยอร์กก็พุ่งขึ้นไป 1.47 เหรียญสหรัฐ ไปปิดที่ 60.40 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
การปรับขึ้นของราคาน้ำมันครั้งล่าสุดนั้น เป็นผลจากที่มีการเปิดเผยว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันในสหรัฐในสัปดาห์ล่าสุดสิ้นสุดเมื่อวันที่ 1 พ.ค.นั้น ปรับลดลง 1.5 ล้านบาร์เรล ถือเป็นการปรับลดลงครั้งแรกในรอบ 8 สัปดาห์ ส่งสัญญาณชัดเจนว่า การผลิตน้ำมันในสหรัฐอาจจะเดินทางถึงจุดยุติของยุคเฟื่องฟูแล้ว หลังจากที่การผลิตน้ำมันได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากราคาน้ำมันที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่องก่อนหน้านี้
ทั้งนี้ บริษัทน้ำมันในสหรัฐได้ลดปริมาณการผลิตตามแหล่งต่างๆ รวมไปถึงการขุดน้ำมันจากแหล่งเชลออยล์ด้วย โดยขณะนี้ปริมาณการผลิตน้ำมันในสหรัฐลดต่ำลงไปแตะจุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ก.ย. 2010 ทีเดียว ยิ่งทำให้เกิดการคาดการณ์กันว่าปริมาณน้ำมันจากสหรัฐหลังจากนี้ไปจะเชื่องช้าลง
ก่อนหน้านี้ในเดือน เม.ย. ปริมาณการผลิตน้ำมันในสหรัฐนั้นได้ขยายตัวติดต่อกันต่อเนื่องมานานถึง 16 สัปดาห์ จนถึงวันที่ 24 เม.ย. โดยมีปริมาณการผลิตอยู่ที่ 490.9 ล้านบาร์เรล ซึ่งถือเป็นระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1930 ทีเดียว แต่ทว่าหลังจากนั้นเป็นต้นมา การผลิตน้ำมันก็เริ่มลดลงมาอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ทะเลเหนือนั้น ก็ปรับขึ้นร้อนแรงถึง 1.63 เหรียญสหรัฐ หรือ 2.4% เช่นกันไปอยู่ที่ 69.15 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เป็นราคาสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 5 ธ.ค.ทีเดียว







