
หวั่นกดค่าแรงเขตเศรษฐกิจ
เอ็นจีโอหวั่นรัฐตามใจเอกชนออกกฎกระทรวงกดค่าแรงในเขตเศรษฐกิจพิเศษ วอนดูแลสิทธิแรงงานข้ามชาติ
เอ็นจีโอหวั่นรัฐตามใจเอกชนออกกฎกระทรวงกดค่าแรงในเขตเศรษฐกิจพิเศษ วอนดูแลสิทธิแรงงานข้ามชาติ
นายสุชาติ ตระกูลหูทิพย์ ผู้ประสานงานโครงการสิทธิแรงงานและคณะกรรมการบริหารมูลนิธิเพื่อสุขภาพและการเรียนรู้ของแรงงานกลุ่มชาติพันธุ์ (แมพ) เปิดเผยว่า ปัจจุบันภาคเอกชนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษสามารถรวมตัวกันจนมีอำนาจต่อรองและเจรจากับภาครัฐได้ จึงกังวลว่าอาจมีการเสนอให้รัฐบาลออกกฎกระทรวงให้ลดอัตราค่าแรงขั้นต่ำในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษเหลือต่ำกว่า 300 บาท/วัน ได้
“ที่ผ่านมา แม้รัฐบาลชุดที่แล้วประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาททั่วประเทศ แต่ยังมีกฎกระทรวงที่ยกเว้นให้แรงงานในภาคเกษตรกรรม ประมง แรงงานทำงานในบ้าน ไม่ต้องได้ค่าแรงขั้นต่ำถึง 300 บาทได้ หากภาครัฐออกกฎกระทรวงลักษณะเดียวกันนี้มายกเว้นให้ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยยกข้ออ้างว่าเศรษฐกิจไม่ดีและผู้ประกอบการเป็นรายย่อย จะส่งผลให้แรงงานข้ามชาติที่เข้ามาทำงานในพื้นที่ถูกเอารัดเอาเปรียบหนักขึ้น” นายสุชาติ กล่าว
ทั้งนี้ สถานการณ์การจ่ายค่าแรงแก่แรงงานข้ามชาติในพื้นที่ที่ได้รับการกำหนดเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษบางแห่งมีปัญหาเดิมอยู่แล้ว เช่น ใน อ.แม่สอด มีโรงงานหลายแห่งจ่ายค่าแรงเพียง 120-180 บาท/วัน
นอกจากนี้ รูปแบบการจ่ายค่าจ้างในพื้นที่แม่สอดปัจจุบันมักกำหนดเป็นรายเหมา เพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายค่าล่วงเวลา (โอที) แต่ปริมาณงานที่กำหนดเป็นรายเหมามากเกินความจริง เช่น ต้องเย็บผ้าให้ได้ 100 ตัว/วัน ส่งผลให้แรงงาน 1 คน ต้องทำงานวันละ 12-15 ชั่วโมง เพื่อให้งานเสร็จ โดยไม่ได้รับค่า
โอที และมีเวลาพักผ่อนไม่เพียงพอ
นายสุชาติ กล่าวอีกว่า สถานประกอบการหลายแห่งยังมีสวัสดิการที่พักแออัด เช่น ห้องสำหรับอยู่ได้ 4 คน แต่ให้แรงงานข้ามชาติพักอาศัยห้องละ 8-12 คน พร้อมทั้งคิดค่าเช่าห้องพักอีก 500 บาท/เดือน/คน เชื่อว่าเมื่อมีแรงงานเพิ่มหลังเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษเต็มตัวจะทำให้ปัญหารุนแรงขึ้น
ทั้งนี้ ภาครัฐควรแก้ไขปัญหาด้านสิทธิแรงงานข้ามชาติอย่างจริงจัง ทั้งเรื่องค่าแรงขั้นต่ำ ที่พักอาศัย อาหาร ให้แรงงานมีอำนาจต่อรองมากขึ้น รวมถึงควรมีความชัดเจนด้านบริการสุขภาพ ว่าแรงงานกลุ่มที่จะเข้ามาแบบเช้าไป-เย็นกลับ หรือเข้ามาตามฤดูกาลจะได้สิทธิแบบใด ต้องป้องกันไม่ให้เกิดการกดขี่ ซึ่งจะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตแรงงานระยะยาว ภาคเอกชนที่จะเข้ามาลงทุนเพิ่มเติมก็ควรลงทุนด้านสวัสดิการเพื่อแรงงานที่จะเข้ามาทำงานให้ตัวเองด้วย
ข้อมูลของกรมการจัดหางาน ระบุว่า จ.ตาก มีแรงงานพม่าเข้ามาทำงานแล้ว 5.7 หมื่นคน เมื่อเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษจะเข้ามาเพิ่มเติมตามมาตรา 14 แห่ง พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2551 อีกราว 6 หมื่นคน ขณะที่ จ.มุกดาหาร มีแรงงานลาวอยู่แล้ว 1,668 คน คาดว่าจะเข้ามาอีก 3,000 คน จ.สระแก้ว มีแรงงานข้ามชาติแล้ว 5-6 หมื่นคน คาดว่าจะเข้ามาเพิ่มอีกราว 8 หมื่นคน ขณะที่ จ.ตราด มีแรงงานกัมพูชาอยู่ 1.8 หมื่นคน และจะเข้ามาอีก 9,000 คน ส่วน จ.สงขลา ต้องการแรงงานข้ามชาติเพิ่มอีก 1-1.5 หมื่นคน







