
เวียดนามโดดแซงอิเล็กฯไทย
เวียดนามขึ้นแท่นเสือตัวใหม่อาเซียน อุตฯ อิเล็กทรอนิกส์โตแรง คาดปี'62 แตะแสนล้านเหรียญ ขณะไทย 5 หมื่นล้าน
เวียดนามขึ้นแท่นเสือตัวใหม่อาเซียน อุตฯ อิเล็กทรอนิกส์โตแรง คาดปี'62 แตะแสนล้านเหรียญ ขณะไทย 5 หมื่นล้าน
รายงานของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า เวียดนามกำลังกลายเป็นเสือตัวใหม่ของอาเซียน หลังจากเป็นผู้ส่งออกอันดับ 1 ของอาเซียนไปยังสหรัฐอเมริกา สามารถขึ้นแซงทั้งไทยและมาเลเซียได้เป็นครั้งแรกในปี 2557 จากที่เคยเป็นเพียงอันดับ 5 ในปี 2554
ทั้งนี้ เวียดนามมีปัจจัยบวกจากความน่าสนใจลงทุนภาคการผลิตเพื่อตอบสนองประชากรในประเทศกว่า 91 ล้านคน และเพื่อการส่งออกไปยังประเทศอื่น ได้แก่ 1.มีแรงงานราคาถูก 2.มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ 3.มีท่าเรือสะดวกต่อการขนส่งไปยังประเทศผู้ลงทุนหลัก เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน 4.ได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีอากรจากชาติตะวันตก
สำหรับสินค้าส่งออกหลักของเวียดนาม ได้แก่ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์และส่วนประกอบ มีสัดส่วนคิดเป็น 30% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของเวียดนาม
รายงานระบุว่า หากเปรียบเทียบการลงทุนโดยตรงจาก ต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ในอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ระหว่างไทยและเวียดนาม จะพบว่า เวียดนามขึ้นแซงไทยไปแล้วตั้งแต่ปี 2556 และมีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปีระหว่างปี 2555-2557 อยู่ที่ 289% ขณะที่ของไทยติดลบเฉลี่ยปีละ 28.9%
สาเหตุที่การลงทุนในอุตสาหกรรมดังกล่าวในเวียดนามเติบโตอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากบริษัทผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ของเกาหลีใต้เพิ่มการลงทุนในเวียดนาม และย้ายฐานการผลิตบางส่วนจากไทยไปเวียดนาม โดยสินค้าที่ผลิตในเวียดนามส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่ยังอยู่ในกระแสนิยมของโลก เช่น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต
ขณะเดียวกันผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์จากญี่ปุ่นยังย้ายฐานการผลิตจากจีนไปยังเวียดนามด้วย เนื่องจากค่าแรงในจีนปรับตัวสูงขึ้น
รายงานระบุอีกว่า การส่งออกอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของเวียดนามก้าวแซงไทยไปแล้วเป็นครั้งแรกในปี 2557 มีมูลค่าอยู่ที่ 4.99 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่มูลค่าการส่งออกของไทยอยู่ที่ 4.62 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้เวียดนามกลายเป็นผู้ส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์อันดับ 3 ของอาเซียน รองจากสิงคโปร์และมาเลเซียเท่านั้น
นอกจากนี้ การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของเวียดนาม ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 14.7% ในช่วงปี 2558-2562 ส่งผลให้มูลค่าส่งออกจะแตะ 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐในปี 2562 ขณะที่ของไทยจะขยายตัวเพียงปีละ 2% ในปี 2562 จึงน่าจะมีมูลค่าเพียง 5.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น
อย่างไรก็ดี ยังมีบางสินค้าที่จะช่วยให้ยอดส่งออกของไทยสูงขึ้นได้ ได้แก่ แผงวงจรพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ (PCB) และวงจรรวม (IC) หากไทยยกระดับคุณภาพบุคลากรภาคการผลิตให้สูงขึ้น ส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพด้านเทคโนโลยีให้เป็นระดับสากล เน้นผลิตสินค้าที่ซับซ้อนและใช้เทคโนโลยี ให้พร้อมก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการเชื่อมคอมพิวเตอร์อัจฉริยะ กำหนดยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง ก็จะช่วยให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน เกิดการบริโภค และมียอดการส่งออกที่สูงกว่าเดิม







