
อำลาลีกวนยิว สิงคโปร์-ผู้นำโลกอาลัย
สิงคโปร์จัดพิธีฝังศพลีกวนยิว อดีตนายกรัฐมนตรีและบิดาผู้ก่อตั้งสิงคโปร์ที่เสียชีวิตในวัย 91 ปี
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
สิงคโปร์จัดพิธีฝังศพลีกวนยิว อดีตนายกรัฐมนตรีและบิดาผู้ก่อตั้งสิงคโปร์ที่เสียชีวิตในวัย 91 ปี ด้วยโรคปอดอักเสบเมื่อวันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยมีแขกเข้าร่วมงานราว 2,200 คน
นอกจากนี้ บรรดาผู้นำของแต่ละชาติยังเข้าร่วมพิธีฝังศพดังกล่าวอีกมากกว่า 20 ชาติ ได้แก่ นายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี แห่งอินเดีย นายกรัฐมนตรี ชินโสะอาเบะ แห่งญี่ปุ่น ประธานาธิบดี ปาร์กกึนเฮ แห่งเกาหลี อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ บิล คลินตัน รองประธานาธิบดี ลียวนเฉาแห่งจีน และนายกรัฐมนตรี โทนี แอบบอตต์ ของออสเตรเลีย
ในขณะที่ผู้นำจากประเทศเพื่อนบ้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เอง ก็เข้าร่วมในงานพิธีดังกล่าวเช่นเดียวกัน ได้แก่ ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด แห่งอินโดนีเซีย สุลต่านแห่งบรูไน ประธานาธิบดี ฮุนเซน แห่งกัมพูชา นายกรัฐมนตรี เหงียนเติ้นสุง ของเวียดนาม นายกรัฐมนตรี ทองสิง ทำมะวง แห่งลาว และประธานาธิบดี เต็งเส่ง แห่งพม่า รวมถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทย
ประชาชนชาวสิงคโปร์ร่วมใจกันแต่งชุดขาว ถือธงชาติของสิงคโปร์ และกู่ร้องเรียกชื่อ “ลีกวนยิว” ตลอดระยะทาง 15.4 กิโลเมตร ระหว่างขบวนกำลังเคลื่อนโลงศพของอดีตนายกรัฐมนตรี จากรัฐสภาไปยังมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ สถานที่ประกอบพิธีฝังศพ แม้ว่าฝนจะกระหน่ำลงมาอย่างหนักก็ตาม
การจัดพิธีศพครั้งนี้ นับเป็นงานสาธารณะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดงานหนึ่งของสิงคโปร์ โดยมีการยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อแสดงการคำนับ 21 ครั้ง เครื่องบินไอพ่นบินบนฟ้าในลักษณะมิสซิ่ง แมน หรือการไว้อาลัย และเรือของกองทัพเรือแสดงธงเป็นอักษรย่อของชื่อลีกวนยิว ในระหว่างการเคลื่อนร่างอดีตนายกรัฐมนตรีไปยังสถานที่ประกอบพิธี
นายกรัฐมนตรี ลีเซียนลุง ของสิงคโปร์ บุตรชายของลีกวนยิว กล่าวยกย่องผู้เป็นบิดาระหว่างงานพิธีว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นช่วงอันมืดดำของสิงคโปร์ เมื่อแสงสว่างที่คอยนำทางสิงคโปร์มาตลอดเวลานี้ได้จางหายไป
“พ่อหายใจเข้าออกเป็นสิงคโปร์มาตลอด เขาและลูกทีมนำรุ่นบุกเบิกสร้างประเทศบนเกาะแห่งนี้ที่ชื่อว่าสิงคโปร์” ลีเซียนลุง กล่าวและว่า ลีกวนยิวไม่ได้เป็นนักการเมืองแต่แรกเริ่ม โดยอดีตนายกรัฐมนตรีต้องผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก อันตราย และเต็มไปด้วยความกลัวจากการยึดครองของญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ลีกวนยิวต่อสู้เพื่อเอกราช
ประชาชนสิงคโปร์สงบนิ่งไว้อาลัยให้แก่ลีกวนยิวเป็นเวลา1 นาที เช่นเดียวกับรถบัสและรถไฟที่หยุดวิ่งชั่วคราวภายหลังจากที่รัฐบาลให้สัญญาณสงบนิ่งไว้อาลัย
ก่อนหน้านี้ ประชาชนมากกว่า 5 แสนคน เช่นเดียวกับประธานาธิบดี หม่าอิงจิว ของไต้หวัน นายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัค แห่งมาเลเซีย และประธานาธิบดี รีอูเวน รีฟลิน แห่งอิสราเอล เข้าร่วมแสดงความเคารพครั้งสุดท้ายต่ออดีตนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ในช่วงวันที่ 25-28 มี.ค.ที่ผ่านมา
ลีกวนยิว เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกของสิงคโปร์ และเป็นผู้นำสิงคโปร์ผ่านยุคเปลี่ยนผ่านทั้งการเป็นอาณานิคมของอังกฤษ เข้าไปรวมกับมาเลเซีย และแยกจากมาเลเซียมาตั้งตนเป็นรัฐอิสระในเวลาต่อมา ก่อนประกาศตัวเป็นสาธารณรัฐในปี 1965 ในท้ายที่สุด
ลีกวนยิวปกครองสิงคโปร์มายาวนานตั้งแต่ปี 1959-1990 และได้รับการสดุดีในฐานะผู้เปลี่ยนประเทศท่าเรือยากจนภายใต้การปกครองของอังกฤษ สู่หนึ่งในประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลก โดยลีกวนยิวผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจด้วยการใช้กฎระเบียบที่ง่ายและเก็บภาษีอัตราต่ำสำหรับการดำเนินธุรกิจ รวมถึงใช้กลไกของรัฐบาลในการดูแลประชาชน
ที่ผ่านมา สิงคโปร์มีนักการเมืองพรรคฝ่ายค้านเพียง 12 คนเท่านั้นที่ชนะการเลือกตั้งเข้าสู่รัฐสภา โดยไม่มีฝ่ายค้านได้รับการเลือกตั้งมาเป็นเวลาเกือบ 20 ปี ในช่วงปี 1965-1981 และในช่วงเวลา
ดังกล่าวเป็นช่วงที่เสรีภาพของสื่อถูกจำกัด และไม่สามารถมีความเห็นต่างทางการเมืองได้
ลีกวนยิวลงจากตำแหน่งในปี 1990 แต่ยังคงดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาให้กับรัฐบาล จนกระทั่งลาออกเมื่อปี 2011 และเข้ารักษาอาการปอดบวมที่โรงพยาบาลในวันที่ 5 ก.พ. ก่อนเสียชีวิตเมื่อวันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา







