posttoday
บางเรื่องของ"ลีกวนยู"ที่โลกอาจไม่เคยล่วงรู้

บางเรื่องของ"ลีกวนยู"ที่โลกอาจไม่เคยล่วงรู้

24 มีนาคม 2558

ไม่เพียงแค่ชาวสิงคโปร์เท่านั้น ที่จะจดจำวันที่ 23 มี.ค. ในฐานะวันสำคัญแห่งชีวิตของ ลีกวนยู รัฐบุรุษผู้สร้างสิงคโปร์ในยุคสมัยใหม่

ไม่เพียงแค่ชาวสิงคโปร์เท่านั้น ที่จะจดจำวันที่ 23 มี.ค. ในฐานะวันสำคัญแห่งชีวิตของ ลีกวนยู รัฐบุรุษผู้สร้างสิงคโปร์ในยุคสมัยใหม่ ประชาชนจากประเทศต่างๆ ทั่วทุกมุมโลกในเวลานี้ก็ต่างมุ่งความสนใจไปที่การสูญเสียผู้นำคนสำคัญของประเทศเกาะเล็กๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้ ด้วยผลงานที่มอบไว้ซึ่งความเจริญของชาติและคุณภาพชีวิตของประชากรที่ดีที่สุดระดับโลก ทั้งนี้ เมื่อเกือบ 50 ปีที่แล้ว ดินแดนแห่งสิงโตมีเพียงสิ่งอำนวยความสะดวกชีวิตขั้นพื้นฐาน กับอนาคตที่ไร้ทิศทาง

ชั่วชีวิตของชายผู้อุทิศตัวเองเพื่อพลเมืองมีแง่มุมอีกมากมายที่น่าสนใจ แต่เราขอนำเสนอบางส่วนที่น่าสนใจ ดังนี้

1.ลี มีเชื้อสายจีน แต่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ และเพิ่งเริ่มฟื้นฟูภาษาจีนตั้งแต่ต้นเมื่ออายุ 32 ปี และรณรงค์ให้ชาวสิงคโปร์เชื้อสายจีนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับภาษาตามสายเลือด ทั้งยังชี้ว่า ในศตวรรษที่ 22 จีนและสหรัฐจะเป็นมหาอำนาจร่วมกัน

2.ในสมัยที่ญี่ปุ่นยึดครองสิงคโปร์ เขาเคยทำงานให้กองทัพญี่ปุ่นจนเป็นที่คุ้นหน้า แต่รอดพ้นจากเหตุสังหารหมู่ชาวจีนมาได้อย่างหวุดหวิด โดยอ้างว่าขอกลับไปเก็บเสื้อผ้าก่อนตอนถูกต้อนรวมกลุ่มกับชาวจีนคนอื่นๆ ซึ่งถูกยิงเสียชีวิตที่ชายหาด เขากล่าวในภายหลังว่า นี่เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิต เพราะไม่เพียงรอดชีวิตมาได้ แต่ยังได้แนวคิดพัฒนาวินัยประชาชนตามแนวทางของญี่ปุ่นในเวลาต่อมา

3.การเปลี่ยนผ่านอำนาจทางการเมือง มีขึ้นครั้งแรกเมื่อลีก้าวลงจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนแรกในปี 2533 แต่เขาก็ไม่เคยห่างจากการบริหารบ้านเมือง และได้รับตำแหน่งเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรี เมื่อปี 2547-2554 ซึ่งรัฐบาลตั้งขึ้นมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ และทุกวันนี้มีเพียงลีผู้เดียวที่ดำรงตำแหน่งนี้

4.กฎหมายที่ขึ้นชื่อความเจ้าระเบียบของสิงคโปร์คือ การสั่งห้ามขายหมากฝรั่ง โดยอ้างว่าเศษหมากฝรั่งสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินสาธารณะ ซึ่งลีแนะนำให้คนที่อ้างว่าต้องเคี้ยวหมากฝรั่งเพื่อให้สมองแล่นว่า ให้เคี้ยวกล้วยแทน

5.นอกเหนือจากเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้แล้ว หนึ่งในช่วงเวลาประวัติศาสตร์ที่ติดตาตรึงใจผู้คนมากที่สุดคือ ภาพเหตุการณ์ตอนที่เขาต้องเช็ดน้ำตาขณะประกาศเอกราชเมื่อวันที่ 9 ส.ค. 1965 หลังสหพันธรัฐมาเลเซียตัดสินใจขับสิงคโปร์ออกจากลุ่ม ซึ่งภาพสะท้อนว่าลีกังวลมากกับการบริหารประเทศจะไปรอดหรือไม่

แต่ในวันนี้ ประเทศได้พัฒนามาจนถึงขีดสุด ภาพชายที่หวาดกลัวจึงกลายเป็นภาพของความพยายามและสติปัญญาของรัฐบุรุษลีที่ทั่วโลกยกย่องสรรเสริญ ขณะเดียวกัน บางเสียงโดยเฉพาะจากทางมาเลเซียไม่เชื่อและมองว่าเป็นการจัดฉากเพื่อสร้างความศรัทธาการปกครองระบอบประชาธิปไตยเชิง "เบ็ดเสร็จ" เฉกเช่นทุกวันนี้

ที่มา M2F

 

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI