
Chugoku 10
นอกจากพิพิธภัณฑ์และอาคารบ้านเรือนที่โดดเด่นแล้ว ที่ Kurashiki ยังมีของดีอีกอย่างหนึ่งที่นักท่องเที่ยว
นอกจากพิพิธภัณฑ์และอาคารบ้านเรือนที่โดดเด่นแล้ว ที่ Kurashiki ยังมีของดีอีกอย่างหนึ่งที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ไปกันคือ Momotaro Karakuri Museum หรือพิพิธภัณฑ์เรื่องราวของหนูน้อยโมโมะทาโร่ คำว่า Momo แปลว่าลูกท้อ และ Taro แปลว่าลูกชายคนโต จะเที่ยวให้สนุกควรรู้จักเด็กคนนี้กันก่อน เรื่องมีอยู่ว่าสองตายายไปซักผ้าอยู่ริมน้ำแล้วเจอผลท้อขนาดใหญ่ลอยมา จึงเก็บกลับบ้านหวังว่าจะได้ลิ้มรสหวานของผลท้อ แต่พอผ่าออกมาดันเจอเด็กชายอยู่ข้างใน และคงจะเป็นเด็กวิเศษ เพราะสามารถบอกกับตายายได้ว่าสวรรค์ส่งเขาลงมา สองตายายดีใจมาก เพราะลูกหลานก็ไม่มี อยู่ดีๆ ก็ได้ลูกชายมาคนนึงแถมเป็นเด็กวิเศษ พอหนูน้อยโมโมะทาโร่โตขึ้นมาก็อาจหาญไปกำจัดยักษ์ โดยมีเพื่อนอีก 3 ตัว คือ สุนัข ลิง และไก่ฟ้าร่วมผจญภัยไปด้วย แน่นอนว่าเด็กวิเศษย่อมสามารถเอาชนะยักษ์ได้ตามท้องเรื่องของนิทานพื้นบ้านทั่วไป และยังฮุบเอาสมบัติของยักษ์มาใช้จ่ายอย่างสบายอุรา แถมลากยักษ์มาเป็นเชลยและคอยรับใช้อีกด้วย
ด้านในพิพิธภัณฑ์เขานำเสนอเรื่องราวของโมโมะทาโร่ด้วยวิธีการที่สนุกสนาน ประมาณ Trick art museum เช่น ภาพผลท้อที่หลอกตาด้วยกระจก ซึ่งเราสามารถเอาหัวมุดเข้าไปแล้วเสมือนว่ามีหัวเราอยู่ในผลท้อนั้น ตุ๊กตาโมโมะทาโร่ที่สามารถลอยตัวอยู่เหนือพื้นได้ด้วยแรงผลักของแม่เหล็ก รวมทั้งภาพลายเส้นสองมิติที่ดูแล้วเหมือนสามมิติ นอกจากบรรดาภาพหลอกตาแล้วก็ยังมีตุ๊กตาโมโมะทาโร่ในอิริยาบถต่างๆ ให้ชม แล้วก็ยังมีดินแดนปีศาจให้เข้าไปสำรวจประหนึ่งเป็นโมโมะทาโร่ด้วย มาเที่ยวที่นี่ได้ทั้งความสนุกและตื่นเต้น เป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาด แต่อาจจะหายากซักนิด เพราะไม่ได้อยู่บนถนนสายหลักริมคลอง แต่เป็นถนนอีกเส้นที่อยู่ด้านหลังอาคาร ถนนเส้นนี้มีทั้งร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหารและร้านขนมสลับกันไปเป็นระยะๆ มีอยู่ร้านนึงป้ายหน้าร้านเขาเขียนไว้ว่า Kurashiki Dormitory Kurumaza U-RIN-AN เห็นแวบแรกมันคือหอพัก แต่ทำไมคนมุงกันเยอะจัง พอเข้าไปดูใกล้ๆ ถึงทราบว่าคนส่วนใหญ่เขามาต่อคิวซื้อ Shiawase Purin หรือ Happy Pudding ที่ทำได้ออกมาน่ารัก หน้าตาเหมือนลิงแถมยังอร่อยอีกด้วย ที่สำคัญคือเขาทำออกมาขายเพียงวันละ 80 ถ้วยเท่านั้น ไม่ไกลกันมีร้านขายใบชาชื่อ Kurashiki Hoji-cha สังเกตง่ายๆ เขาวางเครื่องอบใบชาแบบโบราณโชว์ไว้ที่หน้าร้าน ใครชอบดื่มชาขอแนะนำเลย เพราะใบชาของร้านนี้มีดีกรีระดับ Platinum Prize ในการประกวดใบชาญี่ปุ่นเมื่อปี 2014
ไม่ไกลจากถนนสายนี้มีโรงแรมแห่งหนึ่งซึ่งผมเคยมาพักแล้วชอบมากชื่อโรงแรม Kurashiki Ivy Square ตัวโรงแรมเป็นอาคารอิฐเปลือยสีแดงสร้างขึ้นในสมัยเมจิ และแวดล้อมไปด้วยสวน ภายในยังคงตกแต่งแบบดั้งเดิม อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของยุโรป ใครไม่ชอบโรงแรมเก่าอย่ามานอนที่นี่ เพราะเขายังคงรูปแบบและการประดับประดาของยุคนั้นไว้อย่างสมบูรณ์ ด้านหลังของโรงแรมสามารถเดินทะลุออกไปถนนสายรองตรงที่มีพิพิธภัณฑ์โมโมะทาโร่ได้ด้วย พูดถึงโมโมะทาโร่แล้วก็อดที่จะพาดพิงถึงสินค้าชั้นดีของแถบนี้อีกอย่างไม่ได้ นั่นก็คือกางเกงยีนส์ อันที่จริงเมือง Kojima ที่ผลิตยีนส์ชั้นยอดของญี่ปุ่นนั้นอยู่ห่างจาก Kurashiki ลงไปประมาณ 30 นาที แต่ความที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักซักเท่าไหร่ เลยมีคนหัวใสมาเปิดร้านขายโคจิมะยีนส์ที่เมืองคุระชิกินี้จนเริ่มเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว และ Momotaro ก็เป็นหนึ่งในแบรนด์ชั้นนำที่ท่านไม่ควรพลาดหากรักชอบการสวมใส่กางเกงยีนส์ครับ







