
หอการค้าฯดันสุดตัว เขตเศรษฐกิจพิเศษสุรินทร์
คนชายแดนทั้งไทยและกัมพูชาต่างตื่นตัวขานรับสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
โดย...นพรัตน์ กิ่งแก้ว
คนชายแดนทั้งไทยและกัมพูชาต่างตื่นตัวขานรับสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจ นักลงทุนและภาครัฐ ล่าสุดคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ ให้ขยายเวลาเปิด-ปิดประตูจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เพิ่มเติมอีก 3 ชั่วโมง จากเดิมเปิด-ปิดในเวลา 07.00-20.00 น. เปลี่ยนเป็นเลื่อนเปิดเร็วขึ้นตั้งแต่เวลา 06.00 น. และปิดในเวลา 22.00 น. เพื่อรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจที่จะเติบโตขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะด่านช่องจอม ถือเป็นประตูสู่การค้าและท่องเที่ยวนครวัด นครธม ที่เมืองเสียมราฐ ของกัมพูชา
เทียนศักดิ์ สัมพันธ์ศิริกุล เลขาธิการหอการค้าสุรินทร์ บอกถึงความคาดหวังว่า พยายามผลักดันให้รัฐบาลเร่งรัดให้ จ.สุรินทร์ เป็นพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ เพราะเป็นการเพิ่มมูลค่าและก็โอกาสของการลงทุน ซึ่ง จ.สุรินทร์ สามารถเชื่อมต่อไปยังจังหวัดเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา ในระยะทางเพียง 60 กิโลเมตร ทั้งยังเป็นการส่งเสริมเรื่องการท่องเที่ยวการค้าด้วย เป็นช่องทางออกของกลุ่มอีสานตอนล่าง กลุ่มนครชัยบุรินทร์ ไปสู่กัมพูชาออกไปทางอาเซียน นับว่าจำเป็นอย่างมากที่ต้องมีการผลักดัน
เลขาธิการหอการค้าสุรินทร์ บอกว่า มูลค่าของการค้าขายที่ด่านถาวรช่องจอม ก็มีการเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ จากเดิม 2 ปีที่แล้วจาก 800 ล้านบาท ก็เพิ่มมาเป็น 1,000 กว่าล้านบาท เพิ่มเป็น 10-20% สินค้าที่ออกตอนนี้ก็จะเป็นเชื้อเพลิง วัสดุก่อสร้างก็ยังเป็นสินค้าหลัก อย่างไรก็ตามสินค้าอุปโภคบริโภคที่ทางกัมพูชามีความจำเป็นที่ต้องการใช้เป็นอย่างมากอีกด้วย ส่วนสินค้านำเข้าจากกัมพูชาส่วนมากจะเป็นสินค้าทางการเกษตร สินค้าพื้นเมือง และสินค้ามือ 2
“ช่องจอมเป็นจุดที่สามารถออกไปสู่ประเทศอาเซียนได้เป็นอย่างดี จึงมีความสำคัญมาก แต่ก็ยังมีการติดขัดอยู่บ้างซึ่งสามารถแก้ไขในเบื้องต้นในระดับท้องถิ่นได้ ขณะนี้ทางจังหวัดสุรินทร์ได้ตั้งคณะกรรมการพัฒนาเขตเศรษฐกิจหอการค้าก็เป็นหนึ่งในคณะกรรมการด้วย”
ด้าน นิรันดร์ กัลยาณมิตร ผวจ.สุรินทร์ กล่าวว่า จ.สุรินทร์ เร่งจัดระเบียบจุดผ่านแดนถาวรช่องจอมในทุกรูปแบบ เพื่อจัดระเบียบ การอำนวยความสะดวกและป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย การลักลอบนำสิ่งผิดกฎหมายผ่านเข้า-ออก จุดผ่านแดน จะเน้นความสะอาด ความเป็นระเบียบ และมีภูมิทัศน์สิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม โดยประสานการดำเนินงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปโดยสอดคล้องและมีเอกภาพ
ต้องจับตาว่านอกจากการประกาศเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษไปแล้ว 11 จังหวัด ในอนาคต สุรินทร์จะมีลุ้นเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษอีกหนึ่งพื้นที่ด้วยหรือไม่







