
หวังส่งออกซีแอลเอ็มวีพุ่ง15%
ส่งออกซีแอลเอ็มวียังสดใส เร่งดันโต 15% ด้านอาเซียนเก่าชะลอตัว คาดโต 2-3%
ส่งออกซีแอลเอ็มวียังสดใส เร่งดันโต 15% ด้านอาเซียนเก่าชะลอตัว คาดโต 2-3%
นายบูรณ์ อินธิรัตน์ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการพาณิชย์) ประจำกรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า เปิดเผยว่า ในปี 2558 กระทรวงพาณิชย์ ตั้งเป้าการส่งออกไปกลุ่มประเทศกลุ่มซีแอลเอ็มวี ได้แก่ กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม เติบโต 15% ซึ่งนอกจากการส่งออกสินค้าแล้ว จะเน้นการส่งออกสินค้าบริการ และสนับสนุนโครงการการลงทุนระบบสาธารณูปโภคด้วย
ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์ที่จะใช้เพื่อเจาะตลาดซีแอลเอ็มวี คือ จะมุ่งเน้นการผลักดันการค้าชายแดนให้เติบโต เพราะเส้นทางการขนส่งที่สำคัญ ได้แก่ เส้นทางแม่สอด-กอกาเรก จะเสร็จสมบูรณ์และเปิดให้บริการได้ในเดือน ก.ค.นี้ ซึ่งจะเป็นช่องทางสำหรับขนส่งสินค้าเข้าสู่ประเทศพม่าเพิ่มขึ้น รวมถึงเส้นทางอื่นๆ ที่เชื่อมโยงกับประเทศกลุ่มซีแอลเอ็มวี รวมทั้งการขอขยายเวลาเปิดปิดด่านกับประเทศเพื่อนบ้าน จากปัจจุบันเวลา 06.00-20.00 น. เป็น 05.00-22.30 น. เป็นต้น เพื่อส่งเสริมการค้าชายแดน เปิดโอกาสให้ประชาชนมีเวลาในการข้ามแดนมากขึ้น เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยให้เพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกัน จะขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้พิจารณาเรื่องการขอรับการตรวจลงตราณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง (วีซ่า ออน อะไรวัล) ที่บริเวณด่านถาวรทุกแห่งด้วย
ด้านการลงทุนจะผลักดันให้นักลงทุนไทยเข้าไปขยายการลงทุนเพิ่มขึ้น 20% ในกลุ่มธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร แฟรนไชส์ และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ไฟฟ้า ประปา การกำจัดขยะ การบำบัดน้ำเสีย เป็นต้น รวมถึงอุตสาหกรรมบางกลุ่มที่ต้องออกไปลงทุนในต่างประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยในส่วนของการลงทุนเชื่อว่าเอกชนไทยมีความพร้อม และมีศักยภาพจะออกไปลงทุนในต่างประเทศได้
น.ส.วิลาสินี โนนศรีชัย อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการพาณิชย์) ประจำกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย กล่าวว่า ในกลุ่มประเทศอาเซียนเดิม 5 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และบรูไน ยังเป็นตลาดที่มีศักยภาพ ซึ่งคาดว่าการส่งออกจะเติบโตได้ 2-3%
อย่างไรก็ตาม ตลาดเหล่านี้กำลังประสบปัญหาเศรษฐกิจในประเทศ ค่าเงินอ่อน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยบางประเทศเผชิญกับปัญหาเงินเฟ้อ รวมถึงมีมาตรการกีดกันทางการค้าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอินโดนีเซีย ที่มีนโยบายส่งเสริมให้คนใช้สินค้าที่ผลิตในประเทศ ลดการนำเข้า
“ยังเห็นโอกาสในตลาดนี้
แต่หากการส่งออกได้รับผลกระทบ ผู้ประกอบการอาจต้องหาลู่ทางเข้าไปลงทุน หรือนำเข้าวัตถุดิบ ซึ่งตลาดกลุ่มนี้ควรเน้นจับลูกค้าระดับกลาง-บน” น.ส.วิลาสินี กล่าว
สำหรับการส่งออกไปกลุ่มประเทศอาเซียนเดิม 5 ประเทศในปี 2557 มีมูลค่า 3.87 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 3.93% และกลุ่มซีแอลเอ็มวี มูลค่า 2.06 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 8.96%







