
'เอ็มพาวเวอร์' โคมไฟแสงอาทิตย์ ธุรกิจจุดแสงสว่างแห่งกาฬทวีป
พื้นที่ส่วนใหญ่ในทวีปแอฟริกายังไม่มีไฟฟ้าใช้และจำต้องทนอยู่กับความมืดมิดในยามค่ำคืน โดยเฉพาะพื้นที่เขตซับซาฮาราซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นเขตด้อยพัฒนาที่สุดในโลก ทำให้การอยู่อาศัยในพื้นที่แถบนี้ขึ้นชื่อว่า “หิน” ที่สุดในโลก
พื้นที่ส่วนใหญ่ในทวีปแอฟริกายังไม่มีไฟฟ้าใช้และจำต้องทนอยู่กับความมืดมิดในยามค่ำคืน โดยเฉพาะพื้นที่เขตซับซาฮาราซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นเขตด้อยพัฒนาที่สุดในโลก ทำให้การ
อยู่อาศัยในพื้นที่แถบนี้ขึ้นชื่อว่า “หิน” ที่สุดในโลก
แน่นอนว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่ใช่พื้นที่เป้าหมายสำหรับการลงทุนทำธุรกิจเลยในสายตาของชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ยังย่ำแย่ เศรษฐกิจที่ยังไม่เติบโตจนสามารถจะดึงดูดใจได้
แต่สำหรับ ฌัค ฟิลิปส์ ชาวเมืองน้ำหอม เจ้าของบริษัท พาวเวอร์ พื้นที่เขตซับซาฮาราคือพื้นที่ชั้นยอดสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ ไม่ใช่เพื่อ “การทำกำไรสูงสุด” ตามตำราธุรกิจทั่วไป แต่เพื่อไล่ความมืดมิดให้พ้นจากภูมิภาคแห่งนี้
โจทย์หลักของฟิลิปส์คือ ต้องหาอุปกรณ์ที่สามารถให้แสงสว่างยามค่ำคืนได้ยาวนานติดต่อกันอย่างน้อย 10 ชั่วโมง (ชม.) และที่สำคัญคือต้องราคาไม่แพงเกินกว่าชาวบ้านจะหาซื้อได้
แล้วทุกอย่างก็มาลงทุนที่โคมไฟ “ลูซิ” โคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดเล็ก ทำจากพลาสติกใส มีน้ำหนักเพียง 4 ออนซ์เท่านั้น (ราว 113 กรัม) สามารถใช้ติดต่อกันได้ 6-10 ชม. ติดต่อกันหากชาร์จเต็ม 8 ชม.
นับเป็นการเอาธรรมชาติมาประยุกต์ใช้ได้อย่างดีเยี่ยม เพราะซับซาฮารามีแสงอาทิตย์ให้ใช้อย่างเหลือเฟือ อีกทั้งด้วยความที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก ทำให้พกพาสะดวกสบายเป็นอย่างยิ่ง
แม้จะมีขนาดไม่เล็กกะทัดรัดเท่าไร แต่ความสามารถกลับไม่จิ๋วตามไปด้วย เพราะหลอดไฟแอลอีดีเล็กๆ กว่าพันดวง ก็ทำให้โคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ชิ้นนี้ให้แสงสว่างครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างกว่า 15 ตารางฟุตเลยทีเดียว
“ผมอยากทำธุรกิจนี้เพราะผมต้องการลดปัญหาการก่ออาชญากรรมของผู้หญิงในยามค่ำคืน ในหลายพื้นที่ในแอฟริกาที่ไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง” ฟิลิปส์ กล่าว
นอกจากนี้ยังสามารถเข้ามาทดแทนการใช้ตะเกียงน้ำมันก๊าซ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ให้แสงสว่างแบบดั้งเดิม ที่มีผลเสียต่อสุขภาพและมีโอกาสที่จะเกิดไฟไหม้ได้อีกด้วย
ถึงแม้โมเดลการทำธุรกิจแห่งนี้จะฉีกกฎธุรกิจทุกแบบในตำราวิชาบริหาร แต่เอ็มพาวเวอร์ก็สามารถทำกำไรได้ภายในระยะเวลาเพียง 15 เดือนเท่านั้น และกลายเป็นสินค้าขาดตลาดในเวลาไม่นาน
ในปัจจุบันโคมไฟลูซิถูกส่งขายไปทั่วเขตซับซาฮาราของแอฟริกา ทำให้คนกว่า 1,700 ล้านคนในเขตดังกล่าวมีแสงสว่างในยามค่ำคืน และกำลังพยายามเจาะตลาดในสหรัฐรวมถึงในยุโรปอีกด้วย
ลูซิยังเคยถูกใช้เพื่อเป็นอุปกรณ์ให้แสงสว่างยามฉุกเฉินแก่ชาวเมืองนิวยอร์กและนิวเจอร์ซีย์ ในช่วงเฮอริเคนแซดิพัดถล่ม และยังช่วยลดการใช้ไฟฟ้าในยามปกติเช่นกัน
แน่นอนว่ากว่าผู้นำบริษัท เอ็มพาวเวอร์ จะประสบความสำเร็จได้ขนาดนี้ ต้องใช้ความกล้าหาญเป็นอย่างมากสำหรับการกระโดดเข้าสู่สังเวียน ที่รู้อยู่แก่ใจว่าอาจไม่ทำกำไรให้แก่เจ้าของธุรกิจอย่างเป็นกอบเป็นกำ ถึงกระนั้นฟิลิปส์ก็ตระหนักดีว่าธุรกิจจะดำเนินต่อไปได้ต้องอาศัยสังคมข้างนอกเป็นปัจจัยเกื้อหนุน
“บริษัทของพวกเราทำงานในด้านนวัตกรรมเพื่อสังคม และเราจะใช้ธุรกิจของเราสร้างสรรค์ความเปลี่ยนแปลงให้กับโลกใบนี้” ฟิลิปส์ กล่าวพร้อมเสริมว่า
เรียกได้ว่าในปัจจุบันธุรกิจเพื่อสังคมของฟิลิปส์ประสบความสำเร็จสูงอย่างมาก ไม่ใช่ในด้านการทำกำไรให้บริษัทอย่างเป็น
กอบเป็นกำ แต่เป็นการขับไล่ความมืดมิดให้พ้นจากกาฬทวีปแห่งนี้







