
พม่าใช้กำลังสลายการชุมนุม-จับอีกนับร้อย
รัฐบาลโต้เป็นการป้องกันตัวเพราะผู้ชุมนุมบันดาลโทสะใส่ ด้านสหรัฐ-อียูประณามการใช้ความรุนแรง
รัฐบาลโต้เป็นการป้องกันตัวเพราะผู้ชุมนุมบันดาลโทสะใส่ ด้านสหรัฐ-อียูประณามการใช้ความรุนแรง
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ตำรวจพม่าใช้กระบองเข้าสลายการชุมนุมของกลุ่มนักเรียนนักศึกษาต่อต้านกฎหมายการศึกษาใหม่ที่ใจกลางเมืองและปานด้าน ซึ่งชุมนุมมาตั้งแต่เดือนพ.ย. 2014
เยะฮทุท โฆษกรัฐบาลพม่า เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมกลุ่มผู้ชุมนุมไว้ 127 คน ซึ่งหมายรวมถึงนักเรียนนักศึกษา 65 คน สื่อมวลชน และพระสงฆ์ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจำเป็นต้องใช้ความรุนแรงในการสลายการชุมนุม เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมเริ่มบันดาลโทสะใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจระหว่างการชุมนุม
“หลังจากเตือนกลุ่มผู้ชุมนุมหลายครั้ง และผู้ชุมนุมก็ไม่ทำตาย ตำรวจจำเป็นต้องใช้กำลังในการกระจายกลุ่มผู้ชุมนุมออกไป เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมเริ่มใช้กำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและพยายามจะทำลายด้านที่กั้นของเจ้าหน้าที่” โฆษกรัฐบาลพม่ากล่าว
ด้านเจน พาสกี โฆษกกระทรวงการ ต่างประเทศสหรัฐ ออกประณามการใช้ความรุนแรงดังกล่าว รวมถึงยังแสดงความกังวลต่อความรุนแรงที่เกิดขึ้นต่อสื่อมวลชนภายในพื้นที่ชุมนุมอีกด้วย
“เสรีภาพในการชุมนุมเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกสังคมประชาธิปไตย พวกเราขอประณามการใช้ความรุนแรงต่อการชุมนุมโดยสงบนี้” พาสกีกล่าว
ในขณะเดียวกัน ทางด้านสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งเป็นผู้ฝึกเจ้าหน้าที่ตำรวจพม่าต่อการรับมือผู้ชุมนุม เรียกร้องให้พม่าสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยทางเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำพม่า ได้ออกประณามการใช้ความรุนแรงผ่านทวิตเตอร์
ทั้งนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมวางแผนที่จะเดินขบวนประท้วงไปยังกรุงย่างกุ้ง แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจขัดขวางไว้เมื่อวันที่ 2 มี.ค. ที่ผ่านมา และในวันที่ 10 มี.ค. กลุ่มผู้ชุมนุมก็พยายามใช้กำลังในการฝ่าด่านเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อทวงสัญญาที่กลุ่มผู้ชุมนุมสามารถเดินขบวนได้
กลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องให้เปลี่ยนตัวบทกฎหมายด้านการศึกษา เพื่อที่จะกระจายระบบการศึกษาออกจากศูนย์กลาง รวมถึงเรียกร้องการเรียนการสอนภาษาของชาติพันธุ์ต่างๆ และให้รัฐบาลอนุญาตจัดตั้งสหภาพนักเรียนนักศึกษาอีกด้วย ซึ่งรัฐบาลตกลงกับกลุ่มผู้ชุมนุมว่าจะทบทวนกฎหมายดังกล่าว







