
ยุโรปคิกออฟ 'คิวอี' วันนี้ อัด 2 ล้านล้านต่อเดือน
ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) เริ่มใช้มาตรการทางการเงินแบบผ่อนปรนเชิงปริมาณ (คิวอี) ในวันนี้
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) เริ่มใช้มาตรการทางการเงินแบบผ่อนปรนเชิงปริมาณ (คิวอี) ในวันนี้ โดยจะทำการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลสมาชิกยูโรโซนเป็นจำนวนมูลค่า 6 หมื่นล้านยูโร (ราว 2.3 ล้านล้านบาท) ต่อเดือน ไปจนถึงเดือน ก.ย. 2016 โดยคิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้นในโครงการนี้ 1.1 ล้านล้านยูโร (ราว 42 ล้านล้านบาท) หวังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งสำคัญหลังจากที่ยูโรโซนกำลังเผชิญหน้ากับภาวะเงินฝืดอย่างรุนแรง
การเริ่มใช้คิวอีในครั้งนี้ มีขึ้นหลังจากที่อีซีบีได้ใช้หลายมาตรการเพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจมาหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการเข้าซื้อโคเวอร์บอนด์ และการหั่นลดดอกเบี้ยจนถึงระดับต่ำสุดในประวัติศาสตร์ที่ใกล้ 0% แต่กระนั้นเศรษฐกิจของยูโรโซนยังไม่อยู่ในระดับที่น่าพอใจ อีกทั้งระดับเงินเฟ้อของกลุ่มยังอยู่ห่างจากเป้าหมายที่ 2% อย่างมาก ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังวงจรภาคการผลิต และการสร้างงานของภูมิภาคนี้ด้วย
ยุทธศาสตร์สำหรับการใช้มาตรการคิวอีของยุโรปนั้น มีความเหมือนกับมาตรการคิวอีของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และของธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) ที่ประกาศใช้ไปก่อนหน้านี้ เพื่อรักษาระดับให้ดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ และกระตุ้นให้เกิดการเข้าถึงสินเชื่อง่ายขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การกระตุ้นเศรษฐกิจในที่สุด
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งมองว่า แม้ว่าการใช้คิวอีของสหรัฐและอังกฤษจะประสบผลสำเร็จในช่วงก่อนหน้านี้ แต่กระนั้นก็ไม่ได้เป็นการการันตีว่าการใช้คิวอีของยุโรปจะสำเร็จเหมือนกับของสองชาติข้างต้น
“เราสงสัยอย่างยิ่งว่านโยบายใหม่นี้จะกระตุ้นให้เกิดการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ หรือเป็นการป้องกันภัยคุกคามจากเงินฝืดตามที่อีซีบีหวังกันแน่” นิตยสารเศรษฐกิจ “แคปปิตอล อีโคโนมิกส์” รายงาน พร้อมกับชี้ให้เห็นว่า ตลาดแรงงานของยูโรโซนนั้นยังมีภาวะเฉื่อยเกิดขึ้นอยู่ ตลอดจนแม้ว่าอัตราการว่างงานของยูโรโซนจะมีตัวเลขที่ดีขึ้น แต่กระนั้นก็เป็นการเติบโตที่ช้ามาก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่ยูโรโซนจะเข้าสู่ภาวะเงินฝืดอย่างถาวรได้
กระนั้นก็ตาม ทางด้าน นีล แมคคินนอน จาก วีทีบี แคปปิตอล ให้ความเห็นในเชิงบวกว่า วงจรสินเชื่อในยูโรโซนกำลังเปิดรับข่าวดีจากการใช้คิวอีนี้ และคิวอีก็จะกระตุ้นส่งเสริมให้เกิดการเติบโตของซัพพลายในตลาดเงินด้วย
ทางด้าน มาริโอ ดรากี ผู้ว่าการธนาคารกลางยุโรป ได้ยืนยันมาตลอดว่า จากอดีตที่ผ่านมานั้นได้ปรากฏผลกระทบในด้านบวกจากการใช้มาตรการคิวอีมาหลายครั้ง และแสดงความเชื่อมั่นว่า ธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ไม่ลังเลที่จะขายพันธบัตรรัฐบาลให้กับธนาคารภายใต้นโยบายคิวอีนี้แน่นอน เหมือนกับที่เกิดขึ้นในอังกฤษและสหรัฐ ที่ธนาคารพาณิชย์ต่างเทขายพันธบัตรให้กับธนาคารกลางเมื่อมีการใช้คิวอี
ที่ผ่านมา ได้มีความสงสัยเกิดขึ้นว่าธนาคารพาณิชย์ในกลุ่มยูโรโซนต่างต้องการที่จะขายพันธบัตรคืนให้กับธนาคารกลางหรือไม่ เนื่องจากในช่วงหลังวิกฤตการเงินโลกตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมานั้น ได้มีการกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์เหล่านี้กันทุนสำรองไว้มากขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้ธนาคารพาณิชย์ไม่ต้องการที่จะขายพันธบัตรรัฐบาลออกไป
ทั้งนี้ ภายใต้โครงการคิวอีนั้น ธนาคารกลางจะปล่อยเงินเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลคืน ซึ่งจะเป็นการช่วยกดให้อัตราดอกเบี้ยพันธบัตร และดอกเบี้ยของสินทรัพย์ทางการเงินอื่นๆ อยู่ในระดับต่ำ ซึ่งจะช่วยให้บริษัทเอกชนกล้าที่จะลงทุนและกู้ยืมมากขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นการกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่าย และการจ้างงานเพิ่มขึ้นนั่นเอง
โดยการเข้าซื้อคืนพันธบัตรของอีซีบีในครั้งนี้นั้น อีซีบีจะเข้าซื้อคืนพันธบัตรของชาติสมาชิกในตลาดโลกจากธนาคารพาณิชย์ต่างๆ รวมไปถึงกองทุนเพื่อการลงทุนและกองทุนบำนาญ ตลอดจนจากบริษัทประกันและนักลงทุนหลักอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม ในการเข้าซื้อคืนในครั้งนี้จะครอบคลุมถึงพันธบัตรอายุอย่างน้อย 2 ปี ถึงสูงสุด 30 ปีเท่านั้น และมีช่วงเวลาการซื้อคืนแค่ 364 วันเท่านั้น อีกทั้งยังมีข้อกำหนดอื่นๆ อีกมาก ซึ่งทำให้เกิดข้อสงสัยขึ้นเช่นกันว่าอีซีบีจะสามารถเข้าซื้อคืนได้ตามเป้าหมายที่ 6 หมื่นล้านยูโร ได้อย่างไร







