posttoday
ฮายาบูซะภารกิจพิชิตจักรวาล

ฮายาบูซะภารกิจพิชิตจักรวาล

20 มิถุนายน 2553

ยานสำรวจอวกาศลำนี้ถูกพัฒนาขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะส่งขึ้นไปเก็บตัวอย่างเศษดินเศษหินจากดาวเคราะห์น้อยอิโตกาวะ ซึ่งอยู่ห่างจากโลกออกไปประมาณ 290 ล้านกิโลเมตร

ยานสำรวจอวกาศลำนี้ถูกพัฒนาขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะส่งขึ้นไปเก็บตัวอย่างเศษดินเศษหินจากดาวเคราะห์น้อยอิโตกาวะ ซึ่งอยู่ห่างจากโลกออกไปประมาณ 290 ล้านกิโลเมตร

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

“ดูราวกับเป็นดาวตกท่ามกลางหมู่ดาวที่กระจายตัวอยู่เบื้องหลัง ช่างน่ามหัศจรรย์” ผู้เห็นเหตุการณ์บนท้องฟ้าในออสเตรเลีย ระบุกับสำนักข่าวรอยเตอร์ส

แสงสว่างเป็นทางยาวคล้ายกับดาวตกที่ปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืดมิดเหนือท้องฟ้าของออสเตรเลียเมื่อต้นสัปดาห์ บ่งบอกถึงความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ของยานสำรวจอวกาศ “ฮายาบูซะ” ที่สามารถเก็บตัวอย่างเศษฝุ่นผงจากดาวเคราะห์น้อยกลับมาศึกษา และสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการอวกาศของโลก

ฮายาบูซะภารกิจพิชิตจักรวาล

ภายหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจการเดินทางกว่า 6,000 ล้านกิโลเมตร ตลอดระยะเวลายาวนานกว่า 7 ปี ยานสำรวจอวกาศฮายาบูซะก็ได้เดินทาง|กลับสู่โลกแล้ว แต่ตัวยานได้ถูกความร้อนเผาทำลายขณะผ่านชั้นบรรยากาศ หลงเหลือไว้แต่เพียงแคปซูลบรรจุตัวอย่างของเศษฝุ่นจากการสำรวจพื้นผิวดาวเคราะห์น้อยอิโตกาวะ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า เจ้าเศษฝุ่นนี้ที่กำความลับของระบบสุริยจักรวาลเอาไว้

แคปซูลซึ่งถูกออกแบบให้ห่อหุ้มด้วยโล่ทนความร้อน สามารถทนความร้อนได้มากถึง 3,000 องศาเซลเซียส ได้ตกลงในเขตทะเลทรายที่เป็นที่อยู่อาศัยของชนพื้นเมืองออสเตรเลีย เมื่อกลางดึกของคืนวันอาทิตย์ที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งทีมเก็บกู้ได้ทำการเก็บกู้ และส่งกลับไปศึกษาค้นคว้าที่ห้องทดลองขององค์การสำรวจอวกาศแห่งญี่ปุ่น

ยานสำรวจอวกาศฮายาบูซะ ซึ่งแปลว่า “นกเหยี่ยว” หรือชื่อเดิมคือ MUSES-C เป็นยานสำรวจอวกาศที่พัฒนาขึ้นด้วยงบประมาณกว่า 200 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6,480 ล้านบาท) โดยสถาบันอวกาศและการบินอวกาศ (ไอเอสเอเอส) ภายใต้การกำกับดูแลขององค์การสำรวจอวกาศแห่งญี่ปุ่น หรือ จาซา

ยานสำรวจอวกาศลำนี้ถูกพัฒนาขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะส่งขึ้นไปเก็บตัวอย่างเศษดินเศษหินจากดาวเคราะห์น้อยอิโตกาวะ ซึ่งอยู่ห่างจากโลกออกไปประมาณ 290 ล้านกิโลเมตร กลับมาศึกษาวิจัยยังโลก ซึ่งสาเหตุที่นักวิทยาศาสตร์ให้ความสนใจศึกษาตัวอย่างเศษดินเศษหินจากดาวเคราะห์น้อย ก็เนื่องด้วยเหตุผลหลายประการ

ประการแรก เศษดินเศษหินจากดาวเคราะห์น้อย เปรียบได้กับฟอสซิลของระบบสุริยะ หินอวกาศเหล่านี้ยังอยู่ในสภาพเดิมนับตั้งแต่กำเนิดระบบสุริยะเมื่อ 4,500 ล้านปีก่อน การศึกษาดาวเคราะห์น้อยจึงเป็นการย้อนอดีตกลับไปยังจุดกำเนิดสุริยะ เพื่อทำความเข้าใจวิวัฒนาการของระบบดาวเคราะห์

ประการที่สอง ดาวเคราะห์น้อยมีโอกาสที่จะเคลื่อนตัวเข้ามาพุ่งชนและทำลายล้างโลก การศึกษาองค์ประกอบของเศษดินเศษหินของดาวเคราะห์น้อย จึงอาจจะทำให้มนุษย์สามารถรับมือกับหายนะที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้

ประการที่สาม ดาวเคราะห์น้อยเป็นแหล่งแร่ธาตุที่อาจจะสามารถใช้เป็นสถานีสำหรับยานอวกาศที่จะเดินทางไปสำรวจระบบสุริยะในอนาคต

ยานสำรวจอวกาศฮายาบูซะถูกส่งขึ้นไปปฏิบัติภารกิจโดยจรวดเจแปน เอ็ม-วี-5 จากศูนย์อวกาศยูชิโนอูระ หรือชื่อเดิมคือ ศูนย์อวกาศคาโกชิมะ เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2546 และเดินทางไปถึงดาวเคราะห์น้อยอิโตกาวะ ซึ่งตั้งชื่อตาม ฮิเดโอะ อิโตกาวะ บิดาแห่งการพัฒนาวงการอวกาศของญี่ปุ่น เมื่อช่วงกลางเดือน ก.ย. 2548

ก่อนที่จะลงจอดบนพื้นผิวของดาวเคราะห์น้อย ยานสำรวจอวกาศฮายาบูซะได้โคจรอยู่ห่างจากดาวเคราะห์น้อยราว 20 กิโลเมตร เพื่อทำการสำรวจ และศึกษารายละเอียดต่างๆ ทั้งรูปร่างลักษณะ การหมุน ภูมิประเทศ ความหนาแน่น องค์ประกอบ รวมทั้งสีสันของพื้นผิวดาวเคราะห์น้อย ซึ่งจากการสำรวจพบว่า ดาวเคราะห์น้อยอิโตกาวะมีรูปร่างคล้ายกับหัวมันฝรั่ง ขนาดความกว้าง 270 เมตร ความยาว 548 เมตร

หลังจากทำการสำรวจรูปร่างลักษณะของดาวเคราะห์น้อยอิโตกาวะในระยะไกลแล้ว ยานสำรวจอวกาศฮายาบูซะก็ได้พยายามที่จะลงจอดบนพื้นผิวของดาวเคราะห์น้อย ด้วยหุ่นยนต์ลงจอดที่มีชื่อว่า “มิเนอร์วา” (Micro/Nano Experimental Robot Vehicle for Asteroid - MINERVA) หุ่นยนต์ขนาดเล็กที่ติดตั้งกล้องถ่ายภาพ 3 สี ซึ่งมีน้ำหนักเพียง 591 กรัม แต่ก็ประสบปัญหาขัดข้องทางเทคนิคไม่สามารถใช้หุ่นยนต์มิเนอร์วาดังกล่าวในการลงจอดได้

ฮายาบูซะภารกิจพิชิตจักรวาล

เจ้าหน้าที่จากองค์การสำรวจอวกาศแห่งญี่ปุ่นก็พยายามที่จะแก้ไขปัญหาข้อบกพร่อง และนำยานสำรวจอวกาศฮายาบูซะลงจอด ซึ่งในที่สุดก็ประสบความสำเร็จ

ยานฮายาบูซะสามารถลงจอดบนพื้นผิวดาวเคราะห์อิโตกาวะได้สำเร็จเมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2548

ทันทีที่ลงจอดระบบคอมพิวเตอร์ประจำยานก็ได้ยิงลูกบอลโลหะหนัก 5 กรัม ออกไปเก็บตัวอย่างก้อนหิน และดินบนดาวเคราะห์น้อย พร้อมกับส่งภาพถ่ายที่บันทึกได้ขณะนำยานสำรวจอวกาศลงจอดกลับมายังองค์การสำรวจอวกาศแห่งญี่ปุ่น

ความสำเร็จของการลงจอดในครั้งนั้นได้สร้างความปีติยินดีแก่บรรดานักวิทยาศาสตร์ที่ติดตาม และควบคุมการปฏิบัติภารกิจเป็นอย่างมาก

“นับเป็นความน่ายินดีอย่างยิ่งที่เราได้รับข่าวว่า ยานสามารถเก็บตัวอย่างก้อนหินได้ นับเป็นครั้งแรกในการสำรวจอวกาศของมนุษยชาติ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งญี่ปุ่นระบุ

เมื่อสามารถบรรลุภารกิจในการเก็บตัวอย่างเศษหินและเศษดินจากดาวเคราะห์น้อยอิโตกาวะได้สำเร็จแล้ว เป้าหมายสุดท้ายที่ยานสำรวจอวกาศฮายาบูซะจะต้องพิชิตก็คือ การเดินทางกลับสู่โลกอย่างปลอดภัย ซึ่งถึงแม้ว่าจะต้องประสบกับปัญหาขัดข้องเกี่ยวกับระบบทางเทคนิคจนทำให้การเดินทางกลับต้องล่าช้าออกไป แต่ยานสำรวจอวกาศฮายาบูซะก็สามารถเดินทางกลับถึงโลกอย่างปลอดภัยในที่สุด

ความสำเร็จของยานสำรวจอวกาศฮายาบูซะในการปฏิบัติภารกิจที่กินระยะเวลายาวนานกว่า 7 ปี ในครั้งนี้ ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการสำรวจอวกาศของโลก โดยยาน|ฮายาบูซะถือเป็นยานสำรวจอวกาศลำแรกของโลกที่สามารถลงจอดและเก็บสำรวจตัวอย่างเศษหินเศษดินบนดาวเคราะห์น้อยมาได้สำเร็จ

ล่าสุด องค์การสำรวจอวกาศแห่งญี่ปุ่นได้ยื่นเรื่องไปยังกินเนส เวิลด์ เรกคอร์ด ให้บันทึกการเดินทางสำรวจอวกาศของยานฮายาบูซะ ว่าเป็นการเดินทางของยานสำรวจอวกาศไปลงจอดบนดาวเคราะห์น้อยครั้งแรกของโลก

ทั้งนี้ ได้เคยมีการส่งยานสำรวจอวกาศขึ้นไปสำรวจดาวเคราะห์น้อยมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่ไม่ได้ทำการลงจอดและเก็บสำรวจตัวอย่าง ได้แก่ ยานสำรวจอวกาศกาลิเลโอ ซึ่งขึ้นไปสำรวจดาวเคราะห์น้อยแกสปรา และยานสำรวจอวกาศเนียร์ ชูเมกเกอร์ ซึ่งขึ้นไปสำรวจดาวเคราะห์น้อยอีรอส

ภารกิจของยานสำรวจอวกาศฮายาบูซะ ยังถือว่าเป็นความสำเร็จครั้งที่ 4 ของมนุษย์ที่สามารถเก็บตัวอย่างของเทหวัตถุในอวกาศกลับมาศึกษา ภายหลังจากมนุษย์สามารถเก็บตัวอย่างหินดวงจันทร์จากโครงการอะพอลโล ชิ้นส่วนของดาวหางจากโครงการสตาร์ดัสต์ และส่วนประกอบของดวงอาทิตย์จากโครงการเจเนซิสมาได้ก่อนหน้านี้แล้ว

องค์การสำรวจอวกาศแห่งญี่ปุ่น ระบุถึง|คุณูปการอันสำคัญของการเก็บตัวอย่างเศษหินและดินจากดาวเคราะห์น้อยอิโตกาวะในครั้งนี้ ว่า การศึกษาถึงองค์ประกอบของตัวอย่างชิ้นส่วนเศษหินเศษดินที่ได้จากดาวเคราะห์น้อยอิโตกาวะในครั้งนี้ จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถรู้ได้ว่าดาวเคราะห์น้อยนั้นก่อกำเนิดขึ้นมาได้อย่างไร รวมไปถึงทำให้ทราบได้ว่าลมสุริยะ และรังสีจากดวงอาทิตย์ส่งผลกระทบต่อพื้นผิวดาวเคราะห์น้อยอย่างไร

ด้านพอล เอเบล นักวิทยาศาสตร์จากองค์การสำรวจอวกาศของสหรัฐ หรือ นาซา ระบุว่า ยานสำรวจอวกาศฮายาบูซะมีความสำคัญต่อการปกป้องโลกเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากการได้รู้องค์ประกอบของดาวเคราะห์น้อยซึ่งอยู่ใกล้โลก จะเป็นประโยชน์ต่อการรับมือกับวัตถุที่จะโคจรมุ่งหน้ามายังโลกในอนาคตได้ ยิ่งไปกว่านั้นยังอาจจะช่วยให้รู้ถึงการกำเนิดของสิ่งมีชีวิตอีกด้วย

ถึงแม้ว่าตลอดเส้นทางของความสำเร็จในการปฏิบัติภารกิจของยานสำรวจอวกาศฮายาบูซะจะสร้างความภาคภูมิใจ สร้างความปีติยินดีให้กับชาวญี่ปุ่นมาโดยตลอด แต่ทว่าคุณูปการของภารกิจนี้จะไม่ได้จำกัดอยู่แต่เฉพาะชาวญี่ปุ่นเท่านั้น

ขั้นตอนสำคัญที่มีต่อจากนี้ก็คือ การตรวจพิสูจน์เศษดินเศษหินที่ได้จากดาวเคราะห์น้อยอิโตกาวะ ซึ่งแม้ว่าอาจจะต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน กว่าที่เราจะได้รับรู้ว่ามีความลับใดๆ แอบซ่อนอยู่ในตัวอย่างเศษดินที่เก็บมา

แต่นั่นก็คุ้มค่าหากจะนำมาซึ่งองค์ความรู้ที่สำคัญ และประโยชน์มหาศาลให้แก่โลกและมวลมนุษยชาติ

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI