
ซีอีโอมองศก.โลก-รายได้สดใส
ซีอีโออาเซียนเชื่อเศรษฐกิจโลกปีนี้เติบโต หวังรายได้องค์กรโตตัวต่อเนื่อง 3 ปี หลังเปิดเออีซี
ซีอีโออาเซียนเชื่อเศรษฐกิจโลกปีนี้เติบโต หวังรายได้องค์กรโตตัวต่อเนื่อง 3 ปี หลังเปิดเออีซี
นายศิระ อินทรกำธรชัย ประธานกรรมการบริหารและหุ้นส่วน บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส (PwC) เปิดเผยผลสำรวจแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและมุมมองการเติบโตรายได้ของซีอีโออาเซียนปี 2558 พบว่า ผู้นำธุรกิจ (ซีอีโอ) ในภูมิภาคอาเซียนประมาณ 49% เชื่อมั่นว่า เศรษฐกิจโลกในปีนี้จะเติบโตมากขึ้น ซึ่งเป็นสัดส่วนที่มากกว่าปีที่แล้วที่มีจำนวนซีอีโอที่มีความเชื่อมั่นประมาณ 45%
ขณะที่ ซีอีโออาเซียน 47% ยังเชื่อมั่นว่ารายได้ขององค์กรจะเพิ่มขึ้นในอีก 12 เดือนข้างหน้า และอีก 54% มองว่ารายได้จะเติบโตขึ้นต่อเนื่องไปอีก 3 ปีต่อจากนี้
สำหรับสาเหตุที่มีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นมาจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) อย่างเต็มรูปแบบ ที่จะเอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจโดยเศรษฐกิจของประเทศอาเซียนมีแนวโน้มดี โดยเฉพาะประเทศกัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม ขณะเดียวกันการขยายตัวของสังคมเมืองและกำลังซื้อของชนชั้นกลางเพิ่มขึ้น อีกทั้งการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) หลั่งไหลเข้ามาในภูมิภาค ยังเป็นปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ด้วย
ขณะเดียวกัน ซีอีโออาเซียนเกือบ 60% ยังมองว่าในอีก 3 ปีข้างหน้า องค์กรจะมีการขยายหรือต่อยอดธุรกิจหลักไปในธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำกำไรและกระจายความเสี่ยงให้แก่บริษัท เนื่องจาก 58% ของซีอีโอเชื่อว่าอีก 3 ปี จะมีการขยายการแข่งขันไปในธุรกิจอื่นๆ นอกเหนือจากธุรกิจเดิม ทำให้หลายธุรกิจเริ่มผันตัวเองออกไปจากธุรกิจหลัก
นอกจากนี้ ซีอีโออาเซียน 67% มีแผนจะเพิ่มจำนวนพนักงานภายในปีนี้ และต่อไปเมื่อแรงงานสามารถเคลื่อนย้ายได้เสรี จะทำให้ภาคเอกชนต้องแข่งกันแสวงหา รักษา และบริหารจัดการพนักงานที่มี
ความแตกต่างหลากหลายทั้งเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรมมากขึ้น
“ปัจจัยหลักที่จะเป็นกุญแจความสำเร็จของซีอีโออาเซียน ได้แก่ การหาพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อขยายตลาด ขยายฐานลูกค้า และการบริหารความหลากหลายของบุคลากร เนื่องจากในอนาคตความท้าทายด้านความหลากหลายของคนจะมากขึ้น ซึ่งหากนำกลยุทธ์ดังกล่าวมากใช้จะช่วยให้ผลการดำเนินงานของพวกเขาดีขึ้น สวนทางกับความเห็นของซีอีโอโลกที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีมาเป็นอันดับแรก” นายศิระ กล่าว
อย่างไรก็ตาม การสำรวจยังพบว่า ซีอีโออาเซียน 87% มองว่าความวุ่นวายทางการเมืองเป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจ 82% นโยบายการจัดเก็บภาษี 80% กฎระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้น อีกทั้งยังมีปัญหาการติดสินบนและคอร์รัปชั่น และการขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะ ยังเป็นประเด็นที่ซีอีโอแสดงความกังวลมากที่สุดในปีนี้
สำหรับธุรกิจไทยจำเป็นต้องเร่งปรับตัวให้ทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผ่อนคลายกฎระเบียบต่างๆ รวมทั้งพัฒนาทักษะแรงงาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
ผลการสำรวจยังพบว่า ซีอีโอโลกได้จัดให้อินโดนีเซียเป็นประเทศที่น่าลงทุนมากที่สุดอันดับ 1 ของโลก ขณะที่ไทยอยู่อันดับ 4 และเวียดนามอันดับ 6 ส่วนอันดับ 2 ได้แก่ เม็กซิโก 3 โคลัมเบีย และ 5 เกาหลีใต้
ทั้งนี้ การสำรวจครั้งนี้ได้จากการสอบถามความคิดเห็นซีอีโอ 1,322 คน จาก 77 ประเทศ ซึ่งในจำนวนนี้เป็นซีอีโอจากอาเซียน 76 คน







