
กบฏโคลอมเบียมาไม้ไหน? ขอ "มิสยูนิเวิร์ส" ถกสันติภาพ
กองกำลังปฏิวัติติดอาวุธโคลอมเบียตั้งเงื่อนไขขอ "มิสยูนิเวิร์ส" เป็นคนกลางเจรจาสันติภาพกับรัฐบาล
กองกำลังปฏิวัติติดอาวุธโคลอมเบียตั้งเงื่อนไขขอ "มิสยูนิเวิร์ส" เป็นคนกลางเจรจาสันติภาพกับรัฐบาล
ช่วงนี้มีทั้งข่าวคราวและข่าวคาวเกี่ยวกับวงการคนสวยคนงามไม่หยุดหย่อน แต่รับประกันได้เลยว่าไม่มีข่าวไหนที่จะสร้างความสั่นสะเทือนในระดับโลกได้เท่ากับ ข้อเสนอสุดพิสดารของกองกำลังปฏิวัติติดอาวุธโคลอมเบีย หรือฟาร์ก ซึ่งเป็นกลุ่มกบฏติดอาวุธตัวฉกาจ ที่สร้างความปั่นป่วนให้กับโคลอมเบียและภูมิภาคละตินอเมริกามานานหลายสิบปี
แต่ไหนแต่ไรมา กลุ่มฟาร์กมักลงมืออย่างเหี้ยมโหดดุดัน โดยเฉพาะการปะทะกับเจ้าหน้าที่รัฐ หรือแม้แต่จับประชาชนคนทั่วไปเป็นตัวประกันเพื่อต่อรองกับอำนาจรัฐ เพราะจุดประสงค์ของกลุ่มนี้คือผลักดันการปฏิวัติประชาชน สร้างสังคมอุดมการณ์ตามแนวทางสังคมนิยม ดังนั้น จึงจะทำทีเล่นทีจริงหรือหน่อมแน้มไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่องบันเทิงเริงรมย์อย่าได้มาเฉียดใกล้ เพราะถือว่าเป็นสิ่งมอมเมาประชาชน
แต่แล้วล่าสุด ฟาร์กจอมโหดกลับแถลงการณ์ผ่านเว็บไซต์ว่า ต้องการเจรจาสันติภาพกับรัฐบาล
การเจรจาครั้งนี้ ทางกลุ่มตั้งเงื่อนไขไว้อย่างเหนือความคาดหมาย เพราะผู้ที่จะมาช่วยประสานงานเป็นคนกลาง จะต้องเป็นมิสยูนิเวิร์สคนล่าสุด เปาลินา เวกา สาวงามระดับจักรวาลวัย 22 ปีชาวโคลอมเบีย
สาเหตุที่กลุ่มกบฏซึ่งไม่เคยสนใจเรื่องสวยๆ งามๆ กลับเรียกร้องให้นางงามมาเป็นคนกลางเจรจาก็เพราะ ประทับใจในคำให้สัมภาษณ์ของเวกาที่ให้ไว้ก่อนสวมมงกุฎว่า ต้องการเห็นสันติภาพบังเกิดขึ้นในประเทศบ้านเกิดเมืองนอน ที่จมปลักอยู่ในขัดแย้งมานานกว่า 50 ปีแล้ว
คำตอบตามสูตรนางงามรักโลกนี่เอง ที่ทำให้เธอเข้าตากรรมการ จนได้รับคำเชื้อเชิญจากฝ่ายกบฏให้เป็นกรรมการ ในการเจรจาสันติภาพครั้งสำคัญ ที่จะมีขึ้นที่กรุงฮาวานา ประเทศคิวบาเสียเลย
ฟาร์กจริงจังกับคำให้สัมภาษณ์ของเวกาอย่างมากถึงขนาดยืนยันในแถลงการณ์ว่า "เราได้อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับความปรารถนาของคุณที่จะอุทิศตัวเพื่อทำให้กระบวนการสันติภาพและการปรองดองระหว่างชาวโคลอมเบียบรรลุผล และเราขอเชิญคุณไปยังฮาวานาเพื่อร่วมแสดงให้โลกได้ประจักษ์ถึงความคืบหน้าของกระบวนการเจรจาหารือ ด้วยความนับถืออย่างยิ่ง หากคุณพร้อมใจที่จะร่วมในกระบวนการนี้"
ขณะนี้ มิสยูนิเวิร์สคนล่าสุด เจ้าของดีกรีปริญญาบริหารธุรกิจยังไม่ตอบรับคำเชื้อเชิญนี้ และหากเธอจะปฏิเสธก็สามารถคาดเดาได้ว่า คงเพราะไม่มั่นใจในความปลอดภัย เพราะที่ผ่านมา ฟาร์กขึ้นชื่อในเรื่องการจับตัวคนดังและคนมีเงินเป็นตัวประกัน อีกทั้งกลุ่มนี้ยังเกี่ยวข้องกับการค้าผิดกฎหมาย มีรายได้มากกว่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐในแต่ละปี ทำให้สามารถดำเนินการต่อสู้กับรัฐบาลมาได้อย่างยืดเยื้อ
ทั้งนี้ นับตั้งแต่ลุกขึ้นจับอาวุธต่อสู้เมื่อปี 1964 มีผู้เสียชีวิตจากการปะทะระหว่างฟาร์กกับรัฐบาลถึง 220,000 ราย ส่วนใหญ่เป็นพลเรือน แต่เมื่อไม่นานมานี้ ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะเจรจาอย่างจริงจัง แม้จะยังไม่สามารถสรุปผลที่เป็นรูปธรรมได้ก็ตาม







