
ทำไมต้องที่นี่
การสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงระดับประเทศถือเป็นเป้าหมายสูงสุดของนักเรียนระดับชั้นมัธยมฯ
การสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงระดับประเทศถือเป็นเป้าหมายสูงสุดของนักเรียนระดับชั้นมัธยมฯ ดังนั้นผู้ปกครองจำนวนไม่น้อยต่างก็มองหาโรงเรียนชั้นเยี่ยมที่ช่วยเสริมสร้างความรู้ให้แก่ลูกหลาน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันกับผู้สอบคัดเลือกอื่นๆ ในจำนวนนี้ “โรงเรียนมัธยมศึกษาเหิงสุ่ย”&O5288;&&4913;&>7700;&>0013;&>3398;&O5289;ถือเป็นสถานศึกษาที่โดดเด่นในด้านผลงาน แต่ก็ตกเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของผู้คนในสังคมตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมาเช่นกัน
ถ้าเอ่ยถึงเมืองเหิงสุ่ย&O5288;&&4913;&>7700;&O5289;คงไม่ได้เป็นที่รู้จักกันมากนัก เพราะเป็นเมืองเล็กๆ ที่มีประชากรเพียงร้อยละ 6 ของมณฑลเหอเป่ย์ ตัวเลขการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของเมืองแห่งนี้ก็อยู่ในอันดับท้ายๆ ของมณฑล ทว่าอัตราการสอบเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดังของรัฐที่นักเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษาเหิงสุ่ยสร้างผลงานไว้ กลับมีชื่อเสียงแตกต่างจากเมืองเล็กๆ แห่งนี้นัก
สถาบันการศึกษาแห่งนี้ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1951 แต่เริ่มมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงการศึกษาราวช่วงทศวรรษ 90 ที่ผ่านมา ด้วยผลงานการสอบเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดังระดับประเทศที่โรงเรียนน้อยแห่งจะทำได้ เป็นผลให้ปัจจุบันจัดเป็น “โรงเรียนมัธยมฯ เหนือระดับ” ของประเทศไปแล้ว
เฉพาะผลงานล่าสุดของการสอบคัดเลือกเข้าระดับอุดมศึกษาทั่วประเทศ โรงเรียนแห่งนี้สามารถสร้างสถิติในการสอบผ่านมหาวิทยาลัยเกรด A ร้อยละ 86.6 มีนักเรียน 104 คนสอบเข้ามหาวิทยาลัยชิงหัวและมหาวิทยาลัยปักกิ่ง สร้างผลงานผู้ทำคะแนนสูงสุดในสายวิทย์และสายศิลป์ของมณฑล
ทว่า บนโลกใบนี้ไม่มีอะไรได้มาโดยไม่ได้ลงทุน ชีวิตการเรียนของนักเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ไม่ค่อยเหมือนกับนักเรียนมัธยมฯ แห่งอื่นๆ กว่าจะก้าวไปสู่จุดหมาย ก็ทำเอาหืดขึ้นคอทีเดียว
ลองคิดดูว่าขนาดของทานเล่นยังมีกฎระเบียบในการนำเข้าไปยังสถานศึกษา โดยอนุญาตให้นำนม ขนมปังกรอบ แอปเปิ้ล สาลี่ ส้ม และกล้วยเข้าไป แต่บรรดาหนังสือการ์ตูน นิยาย นิตยสาร บอลนานาชนิด ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรียน ถือเป็นสิ่งไม่จำเป็น จึงไม่อนุญาตให้พกพาเข้าไปในโรงเรียน ในระหว่างที่กำลังทบทวนบทเรียนอยู่นั้น ไม่อนุญาตให้ดื่มน้ำ คุยกับเพื่อนข้างๆ ไม่ได้ ตาเหม่อลอยไม่ได้ ส่องกระจกไม่ได้ หัวเราะเสียงดังไม่ได้ กัดปากกาไม่ได้ ไม่ใส่กางเกงขาสั้นหรือกระโปรงเหนือเข่า ไว้ผมทรงแปลกๆ ไม่ได้...
สรุปแล้วก็คือทำอะไรไม่ได้หลายอย่าง ทั้งยังมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการลงโทษนานาชนิด แม้จะเป็นความผิดเล็กๆ น้อยๆ อย่างการนำส้มเข้าห้องเรียนยังถูกตักเตือนและตัดคะแนนความประพฤติ การอาบน้ำและการกลับบ้านถือเป็นเรื่องที่เกินความจำเป็น เพราะใช้เวลาอย่างไม่คุ้มค่า แค่ฟังก็รู้สึกได้ว่าเป็นชีวิตการเรียนที่เต็มไปด้วยข้อห้าม ทั้งๆ ที่เด็กวัยนี้เป็นวัยที่ชีวิตเต็มไปด้วยสีสัน
นี่ยังไม่รวมถึงการฝึกความมีระเบียบด้วยการตื่นแต่เช้า วิ่งออกกำลังกาย ปฏิบัติภารกิจแต่ละอย่างให้เสร็จสิ้นในเวลาอันรวดเร็ว เรียกว่าเป็นการจัดระเบียบที่นำเอาระบบการฝึกทหารประกอบเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตนักเรียนในสถานศึกษาแห่งนี้
ฟังแล้วก็ไม่น่าเข้าเรียนเท่าใดนัก แต่ใครจะคิดว่าผู้ปกครองส่วนใหญ่มองว่าการเรียนอย่างทุ่มเท ถึงแม้จะเหน็ดเหนื่อยกายใจบ้าง ก็คุ้มค่า เพราะผลลัพธ์ที่ได้คือ การสอบเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยชื่อดัง นั่นหมายถึงโอกาสในการหางานที่สร้างรายได้งามในอนาคต ถึงอย่างนั้น วิถีชีวิตของนักเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ถือเป็นกระจกเงาสะท้อนจุดบอดของวงการศึกษาจีนที่ให้ความสำคัญกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย จนลืมตระหนักถึงหนทางสู่ความสำเร็จที่สร้างแรงกดดันให้แก่เด็กยุคใหม่อย่างมาก
โรงเรียนมัธยมฯ ที่สร้างผลงานชิ้นโบแดงเช่นนี้ถือว่ามีอยู่ไม่มากนัก และก็มีทั้งคนรักและคนชัง ในส่วนของคนที่ชื่นชอบ ก็เป็นเพราะสามารถป้อนนักเรียนที่มีคุณภาพเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยชื่อดัง แต่คนที่ไม่ชอบมองว่าการเรียนแบบบ้าระห่ำเช่นนี้ เปรียบเหมือนนักเรียนเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการสอบ ไม่ได้มีโอกาสผ่อนคลายอิริยาบถในการเรียน ไม่ได้สัมผัสกับชีวิตที่อยากเป็น และบ่งบอกถึงปัญหาด้านการศึกษาที่ผู้คนให้ความสำคัญกับการสอบเข้าระดับอุดมศึกษามากเกินไป
ว่ากันตามความเป็นจริง โรงเรียนมัธยมฯ ที่คุมเข้มเรื่องความประพฤติ มุ่งหวังแต่จะสร้างผลงานทางการศึกษาเช่นนี้ นอกจากจะไม่ได้เป็นทางออกของการพัฒนาระบบการศึกษาของจีนแล้ว ยังทำให้ระบบการเรียนการสอนระดับชั้นมัธยมศึกษาขาดดุลยภาพ เพราะการศึกษาที่ดีควรช่วยยกระดับความรู้และขัดเกลาจิตใจให้นักเรียนเข้าใจถึงคุณค่าที่ได้รับจากการศึกษา มากกว่าผลการเรียนที่เป็นเพียงหนึ่งในมาตรวัดทางการศึกษาเท่านั้น







