
‘อีซีบี’สุดทนเงินฝืด อัดยาแรง‘คิวอี’1.1 ล้านล้านยูโร
ยุโรปงัดไม้แข็งอัดคิวอี ซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาล 6 หมื่นล้านยูโร/เดือน ถึง ก.ย.ปีหน้า
ยุโรปงัดไม้แข็งอัดคิวอี ซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาล 6 หมื่นล้านยูโร/เดือน ถึง ก.ย.ปีหน้า
เมื่อวานนี้ ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ประกาศใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทางการเงินแบบผ่อนปรนเชิงปริมาณ (คิวอี) ซึ่งอีซีบีเข้าซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลของประเทศสมาชิกยูโรโซน แล้วในที่สุดตามความคาดหมายของนักลงทุน โดยมีมูลค่าสูงถึง 1.14 ล้านล้านยูโร และจะเข้าซื้อเดือนละ 6 หมื่นล้านยูโร (ราว 2.28 ล้านล้านบาท) โดยจะเริ่มต้นในเดือน มี.ค.นี้ ไปจนถึงเดือน ก.ย. 2016
การใช้มาตรการคิวอีของอิีซีบีเป็นไปตามความคาดหมาย หลังเศรษฐกิจยูโรโซนกำลังตกอยู่ในสภาพหลังชนฝาที่กำลังเผชิญหน้ากับภาวะเงินฝืดอย่างหนัก หลังจากที่ดัชนีราคาสินค้าในเดือนล่าสุดนั้นหดตัวลงไปแตะ 0.3% แล้ว อีกทั้งบรรยากาศทางธุรกิจในยุโรปยังทรุดลงหนักต่อเนื่องจากเมื่อปีที่แล้วจากวิกฤตในยูเครน
การดำเนินนโยบายดังกล่าวของอีซีบีนั้น ยังถือว่าเป็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบครั้งสำคัญของตัวอีซีบีเองไปสู่การใช้นโยบายที่มีความรุนแรงขึ้นมากกว่าเดิมด้วย ซึ่งที่ผ่านมานั้นมีไม่กี่ประเทศทั่วโลกที่ประกาศใช้นโยบายกระตุ้นแบบคิวอีนี้ ได้แก่ สหรัฐ ญี่ปุ่น และอังกฤษ
ที่่่ผ่านมา อีซีบีได้ใช้นโยบายกระตุ้นออกมาหลายมาตรการ ไม่ว่าจะเป็น การปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงไปอยู่ในระดับต่ำสุดในประวัติศาสตร์ที่ 0.05% และยังได้ประกาศใช้นโยบายเข้าซื้อคืนสินทรัพย์คุณภาพดี (คัฟเวอร์ด บอนด์) มูลค่า 3.31 หมื่นล้านยูโร ตลอดจนปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำให้กับธนาคารพาณิชย์มาหลายระลอกแล้ว แต่กระนั้นก็ยังไม่สามารถฟื้นความซบเซาของเศรษฐกิจยูโรโซนได้ จนในที่สุดยูโรโซนต้องเลือกใช้มาตรการเข้าซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลในครั้งนี้ ซึ่งถูกมองว่าเป็นเครื่องมือสุดท้ายของอีซีบีแล้ว
นอกจากนั้น ธนาคารกลางยุโรปยังประกาศคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 0.05% เท่าเดิม ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ของอีซีบีต่อไป
ด้านตลาดหุ้นยุโรปส่งผลตอบรับในด้านบวกทันที โดนดัชนีรวมยุโรป 600 ทะยานขึ้นทันที 0.6% หลังจากที่ มาริโอ ดรากี ประธานอีซีบี ประกาศใช้มาตรการอัดฉีดในครั้งนี้ ส่วนค่าเงินยูโรนั้นได้อ่อนค่าลงแตะจุดต่ำสุดในรอบ 11 ปีเมื่อเทียบกับค่าเงินเหรียญสหรัฐ ตั้งแต่ก่อนที่จะมีการประกาศใช้คิวอี โดยอ่อนตัวลงไปอีก 0.3% ไปอยู่ที่ 1.1581 เหรียญสหรัฐ/ยูโร ในการซื้อขายที่ลอนดอน ถือเป็นการอ่อนค่ามากที่สุดนับตั้งแต่เดือน พ.ย. 2003
ขณะเดียวกัน ค่าเงินของบางประเทศในเอเชีย เริ่มได้รับผลกระทบจากการประกาศใช้คิวอีของยุโรปบ้างแล้ว โดยค่าเงินรูปีของอินเดียนั้นได้แข็งค่าขึ้นมากที่สุดในรอบสัปดาห์ ตั้งแต่ที่อีซีบียังไม่ประกาศใช้คิวอีอย่างเป็นทางการ โดยเงินรูปีแข็งค่าขึ้น 0.1% ไปอยู่ที่ 61.5925 รูปี/เหรียญสหรัฐ โดยตั้งแต่ต้นปี 2015 เป็นต้นมานั้น ค่าเงินรูปีของอินเดียแข็งค่ามากขึ้นที่สุดในเอเชีย โดยปรับขึ้นไปแล้ว 2.4% เมื่อเทียบกับค่าเงินสหรัฐ
เอ็นเอส เวนกาเตช นักวิเคระาห์จากไอดีบีไอ แบงก์ ในนครมุมไบ ให้ความเห็นว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจของอีซีบีนั้นจะยิ่งทำให้เกิดการไหลทะลักของทุนเข้าสู่ตลาดอินเดียมากขึ้น โดยเฉพาะหลังจากที่อินเดียได้เริ่มการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ก็ยิ่งทำให้สินทรัพย์ของอินเดียมีความน่าดึงดูดมากขึ้นไปด้วย







