
เอกชนยุโรปเจ็บ เจอพิษวิกฤตหนี้ต้นทุนกู้ลงทุนพุ่ง
โพสต์ทูเดย์
— ภาคธุรกิจยุโรปครวญเริ่มเจอผลกระทบวิกฤตหนี้ ค่าใช้จ่ายกู้ยืมพุ่ง วอนอียูชะลอแผนเปิดตลาดแรงงานบิซิเนสยุโรป กลุ่มตัวแทนภาคธุรกิจของยุโรปกว่า 20 ล้านบริษัท เปิดเผยเมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ว่า วิกฤตหนี้ที่กำลังรุมเร้ายุโรปอยู่นั้นได้เริ่มส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชนมากขึ้นแล้ว โดยเฉพาะการลงทุนและการกู้ยืมที่เริ่มมีค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น
นอกจากนั้น ทางกลุ่มยังคาดการณ์ด้วยว่าจากปัญหาทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น น่าจะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้อัตราการว่างงานของยุโรปจะไม่ลดลง และจะอยู่ในระดับที่สูงจนกว่าที่บรรดานายจ้างจะกลับมาจ้างงานกันอีกครั้งในช่วงปลายปี 2554
ทางกลุ่มยังได้เรียกร้องให้บรรดาผู้นำสหภาพยุโรปชะลอแผนการปฏิรูปการเปิดตลาดแรงงานของสมาชิก 27 ชาติลง เนื่องจากหวั่นเกรงว่าจะกระทบกับภาคแรงงานภายในประเทศนั้นๆ
วันเดียวกัน ทางด้านธนาคารกลางอิตาลี เปิดเผยว่า มูลหนี้สาธารณะของประเทศทะลุระดับสูงสุดในประวัติศาสตร์อยู่ที่ 1.813 ล้านล้านยูโรแล้ว ในเดือน เม.ย. มีอัตราการเพิ่มอยู่ที่ 0.8% ต่อเดือน จากเดิมในเดือน มี.ค. ที่ 1.797 ล้านล้านยูโร
ตลอดปีที่แล้วระดับหนี้สาธารณะของอิตาลีได้พุ่งขึ้นสูงถึง 115.8% ของจีดีพี และคาดว่าในปีนี้ก็ยังจะเพิ่มขึ้นเป็น 118.4% ของจีดีพีด้วย
ทั้งนี้ อิตาลีเป็นหนึ่งในประเทศยูโรโซนที่กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตหนี้อย่างหนัก โดยเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน รัฐบาลอิตาลีก็ได้ประกาศมาตรการรัดเข็มขัดเพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายมูลค่า 2.49 หมื่นล้านยูโร ในช่วงปี 2554 และ 2555
นอกจากนั้น ยังคาดว่านโยบายดังกล่าวจะช่วยให้อัตราการขาดดุลงบประมาณของรัฐจะลดลงมาอยู่ที่ 2.7% ของจีดีพีได้ในปี 2555 ซึ่งเป็นระดับที่อยู่ต่ำกว่าเพดานของกลุ่มยูโรโซนที่ตั้งไว้ที่ไม่เกิน 3% ของจีดีพี







