
โอบามายกหูคุยคาเมรอนสะสางวิกฤตบีพี
โพสต์ทูเดย์
— ผู้นำสหรัฐอังกฤษ ยกหูถกหาทางออกวิกฤตบีพีปล่อยน้ำมันรั่วทั่วอ่าวเม็กซิโก ขณะที่บริษัทน้ำมันรายใหญ่ยังเผชิญแรงกดดันหนักหน่วงยิ่งขึ้นจากรัฐบาลสหรัฐทำเนียบขาวแถลงว่า ประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐ และนายกรัฐมนตรี เดวิด คาเมรอน แห่งอังกฤษ ได้หารือทางโทรศัพท์เพื่อหาทางออกให้กับวิกฤตน้ำมันรั่วไหลจากแท่นขุดเจาะในอ่าวเม็กซิโกของบีพี บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของอังกฤษ จนก่อให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงต่อระบบนิเวศชายฝั่งของสหรัฐ รวมถึงทำให้พนักงานถูกเลิกจ้างหลายพันคน ในช่วงเวลาที่บีพียังควบคุมสถานการณ์อย่างเต็มที่ไม่ได้
“
ประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีหารือกันถึงผลกระทบจากโศกนาฏกรรมจากเหตุน้ำมันรั่วไหลในอ่าวเม็กซิโก พร้อมยืนยันว่าบีพีจะต้องลงมืออย่างสุดความสามารถในการตอบรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด” แถลงการณ์ของทำเนียบขาวระบุ ซึ่งการตัดสินใจของ โอบามา ที่จะหารือกับผู้นำรัฐบาลอังกฤษโดยตรง มีขึ้นหลังจากที่ผู้นำสหรัฐเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักจากสภาคองเกรสให้จัดการกับวิกฤตการณ์ในครั้งนี้โดยเร็วที่สุดขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐ เปิดเผยว่า โอบามายังยืนยันที่จะให้บริษัทขนาดใหญ่และร่ำรวยต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้บีพียังต้องรับผิดชอบต่อหลายชีวิตที่ต้องเผชิญกับอุปสรรคจากปัญหาน้ำมันรั่ว และทำทุกวิถีทางเพื่ออุดพื้นที่รั่วไหล ทำการกำจัดคราบน้ำมัน และจ่ายเงินชดเชยสำหรับทำความสะอาด การรักษาสภาพแวดล้อม และเงินชดเชยจากผู้ร้องเรียนนับหมื่นรายที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากวิกฤตครั้งนี้
สำหรับเจ้าหน้าที่ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีอังกฤษ เปิดเผยกับสำนักข่าวบีบีซี ว่า ประธานาธิบดีสหรัฐได้ยืนยันต่อนายกรัฐมนตรีอังกฤษว่า การที่สหรัฐรู้สึกอึดอัดใจต่อปัญหาน้ำมันรั่ว ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความไม่พอใจด้านเชื้อชาติ และยืนยันอย่างชัดเจนว่าไม่มีเจตนาที่จะบั่นทอนธุรกิจของบีพี
ด้านบีพีระบุในแถลงการณ์ว่า คาร์ลเฮนริก สแวนเบิร์ก ประธานบริษัท พร้อมที่จะเข้าหารือกับประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 16 มิ.ย.นี้ เพื่อที่จะหารือถึงภัยน้ำมันรั่วที่กลายเป็นภัยพิบัติด้านสิ่งแวดล้อมที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐ พร้อมแสดงความซาบซึ้งที่ผู้นำของสหรัฐและอังกฤษร่วมมือกันอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อร่วมสะสางปัญหา ขณะที่บีพีพร้อมที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างเต็มที่เช่นกัน
ทั้งนี้ บีพีเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักจากรัฐบาลสหรัฐให้ระงับการจ่ายเงินปันผลผู้ถือหุ้น เพื่อเร่งแก้ไขวิกฤตน้ำมันรั่วอย่างเร่งด่วน และนำเงินดังกล่าวมาเป็นค่าชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่ง วิลเลียม เฮก รัฐมนตรีต่างประเทศของอังกฤษ ย้ำว่า บีพีจะต้องเป็นฝ่ายตัดสินใจเองว่าจะระงับการจ่ายเงินปันผลหรือไม่







