
คาดแอร์เอเชียจอดฉุกเฉินบนน้ำ ก่อนคลื่นซัดจมทะเล
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานอ้างคำเปิดเผยของนักวิเคราะห์ ระบุว่า นักบินของเครื่องบินสายการบินอินโดนีเซีย แอร์เอเชีย
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานอ้างคำเปิดเผยของนักวิเคราะห์ ระบุว่า นักบินของเครื่องบินสายการบินอินโดนีเซีย แอร์เอเชีย เที่ยวบินคิวแซด 8501 ที่ตกเมื่อวันที่ 28 ธ.ค. อาจ ลงจอดฉุกเฉินบนพื้นผิวของน้ำทะเล ก่อนที่คลื่นในทะเลจะซัดเครื่องบินจนจมดิ่ง
นักวิเคราะห์ระบุว่า โดยปกติแล้วเครื่องบินจะส่งสัญญาณออกมา เมื่อเครื่องบินตกหรือจมน้ำ ทว่า การที่เครื่องบินลำดังกล่าวไม่ได้ส่งสัญญาณออกมาสะท้อนว่า กัปตันอาริยันโต ลงจอดฉุกเฉินบนผิวน้ำ ซึ่งไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่เครื่องบินแต่อย่างใด
“อุปกรณ์ส่งสัญญาณฉุกเฉินเพื่อแจ้งตำแหน่งเครื่องตก (อีแอลที) จะทำงานเมื่อได้รับแรงกระแทก และการวิเคราะห์ของผมคือว่า อีแอลทีไม่ทำงาน เพราะไม่มีแรงกระแทกรุนแรงจากการลงจอด” ดูดิ ซูดิบโย บรรณาธิการอาวุโสของอังคาซา นิตยสารด้านการบินของมาเลเซีย กล่าว
ขณะที่ แชปปี้ ฮากิม อดีตผู้บังคับบัญชากองทัพอากาศอินโดนีเซีย กล่าวว่า เครื่องไม่ได้ระเบิดกลางอากาศ และไม่ได้รับแรงกระแทกเมื่อลงแตะผิวน้ำ เนื่องจากหากได้รับแรงกระแทกร่างของผู้เสียชีวิตจะไม่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์
ด้าน ยุสมัน ไซยาฟี จามัล อดีตรัฐมนตรีคมนาคมอินโดนีเซีย ระบุไปในทิศทางเดียวกันว่า การพบชิ้นส่วนประตูทางออกฉุกเฉิน และสไลด์ลม สะท้อนว่าบางคนได้เปิดประตูดังกล่าวออกมา และผู้โดยสารอาจจะกำลังรอให้พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินสูบลมใส่แพชูชีพ ขณะที่คลื่นสูงในทะเลได้พัดกระแทกเข้ากับส่วนหัวของเครื่องบิน และทำให้เครื่องบินจม
ทว่า สาเหตุของโศกนาฏกรรมครั้งนี้ยังคงเป็นปริศนาจนกว่าจะสามารถกู้กล่องดำขึ้นมาได้ ซึ่งขณะนี้นานาประเทศกำลังระดมกำลังค้นหาอย่างต่อเนื่อง ทั้งร่างของผู้โดยสารและตัวเครื่องบิน โดยล่าสุดสามารถกู้ร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาได้แล้วทั้งหมด 30 คน
“เราให้ความสำคัญในการค้นหาตัวเครื่องบิน และที่ตั้งกล่องดำ” บัมบัง ซูลิสตโย หัวหน้าสำนักงานค้นหาและกู้ภัยอินโดนีเซีย กล่าว พร้อมเสริมว่า เรือที่ติดตั้งเครื่องตรวจจับสัญญาณกำลังลาดตระเวนพื้นที่ที่คาดว่าเครื่องบินอยู่ราว 5,400 ตารางกิโลเมตร







