
ยังไม่เจอกล่องดำ "แอร์เอเชีย" อากาศเลวร้ายค้นหาสะดุด
การค้นหาเครื่องบินแอร์เอเชียจ้องเจออุปสรรคหลังสภาพอากาศมีฝนตก-คลื่นลมแรง เตรียมส่งนักประดาน้ำค้นหากล่องดำ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
การค้นหาอินโดนีเซีย แอร์เอเชีย หยุดชั่วคราว เจอคลื่นลมแรง เผยศูนย์ควบคุมทิ้งเวลาถึง 2 นาทีกว่าจะตอบกัปตันร้องขอเพิ่มเพดานบิน
ปฏิบัติการค้นหาเครื่องบินแอร์บัส เอ 320-200 เที่ยวบิน คิวแซด 8501 ของสายการบินอินโดนีเซีย
แอร์เอเชีย ที่ตกลงในทะเลชวา ใกล้กับเกาะบอร์เนียว ต้องเจอกับอุปสรรคใหญ่เมื่อวานนี้เนื่องจากสภาพอากาศเลวร้ายอย่างหนัก มีฝนตกและคลื่นลมแรง จนทำให้ต้องระงับการค้นหาชั่วคราวแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่อินโดนีเซียเตรียมส่งนักประดาน้ำ 67 คน ลงค้นหาตัวเครื่องบิน และกล่องดำ
บัมบัง ซูลิสตโย หัวหน้าสำนักงานค้นหาและกู้ภัย ของอินโดนีเซีย ยืนยันว่าขณะนี้พบร่างผู้เสียชีวิตที่ลอยอยู่เหนือทะเล 7 ศพเท่านั้น ไม่ใช่ 40 ศพที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้ โดยได้มีการนำเครื่องเฮลิคอปเตอร์ออกค้นหาด้วย
รายงานระบุว่า นักประดาน้ำ 67 คนดังกล่าวพร้อมที่จะลงค้นหาใต้ทะเลแล้ว ซึ่งในบริเวณดังกล่าวระดับน้ำไม่ลึกนัก อย่างไรก็ตามสภาพอากาศในพื้นที่ดังกล่าวยังคงเลวร้ายอยู่ ทำให้การค้นหาเป็นไปอย่างไม่เต็มที่
ทั้งนี้ ข้อมูลยังเกิดการสับสนอยู่ว่า จากการสำรวจด้วยระบบโซนาร์นั้น ได้พบตัวเครื่องบินแล้วหรือไม่ โดยทางด้านมูฮัมหมัด เฮอร์นันโต หัวหน้าเจ้าหน้าที่กู้ภัยของเมืองสุราบายาให้ข้อมูลกับซีเอ็นเอ็น ระบุว่า ระบบโซนาร์ได้ตรวจจับพบลำตัวเครื่องบินจมอยู่ใต้ทะเลแล้ว
อย่างไรก็ตาม ทางด้าน บัมบัง ซูลิสตโย กลับยืนยันว่ายังไม่พบร่องรอยของตัวเครื่องบินแต่อย่างใด
“จนถึงขณะนี้เรายังไม่พบตัวเครื่องบิน เราเพียงแต่พบร่างผู้เสียชีวิต 7 ศพเท่านั้น” ซูลิสตโย บอกกับสำนักข่าวอันตาราของอินโดนีเซีย
ทั้งนี้ จุดที่พบซากชิ้นส่วนของเครื่องบินที่ลอยอยู่เหนือน้ำเมื่อสองวันก่อนนั้นอยู่ห่างจากจุดที่เครื่องบินขาดการติดต่อไปราว 100-200 กิโลเมตร ขณะที่ร่างผู้เสียชีวิตที่พบ 7 ศพนั้น เป็นชาย 4 และสตรี 3 โดยรายหนึ่งเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องที่ยังอยู่ในชุดเครื่องแบบ
เจ้าหน้าที่อินโดนีเซียแสดงความวิตกว่าปฏิบัติการค้นหาจะยังเป็นไปอย่างลำบากช่วงนี้ เนื่องจากมีกระแสลมแรง ฝนตกหนัก และคลื่นสูงกว่า 2 เมตร ซึ่งคาดว่าสภาพอากาศเลวร้ายนี้อาจจะกินเวลานานถึงวันศุกร์
ขณะเดียวกัน สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานอ้างข้อมูลจาก วิสนุ ดาร์โจโน ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมการจราจรทางอากาศของอินโดนีเซีย กล่าวว่า นักบินของเที่ยวบิน คิวแซด 8501 ได้ทำการร้องขอเพิ่มเพดานบินไปที่ 3.8 หมื่นฟุต จากระดับที่บินอยู่ที่ 3.2 หมื่นฟุต
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ของศูนย์ควบคุมได้ใช้เวลาพิจารณาถึง 2 นาทีก่อนที่จะตอบกลับไปให้นักบินไต่ระดับขึ้นไปที่ 3.4 หมื่นฟุต แต่ทว่าหลังจากนั้นแล้ว นักบินกลับไม่ตอบรับกลับมา และขาดการติดต่อไปในที่สุด
“ศูนย์ควบคุมการบินไม่สามารถให้การอนุมัติเพิ่มเพดานบินขึ้นไปที่ 3.8 หมื่นฟุต เนื่องจากเราจำเป็นต้องตรวจสอบก่อนว่าในขณะนั้นมีเครื่องบินลำอื่นๆ อยู่ใกล้ๆ หรือไม่” ดาร์โจโน กล่าว
ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวมาจากข้อมูลการบันทึกการพูดคุยกันระหว่างนักบิน และศูนย์ควบคุมการบิน ซึ่งบทสนทนาจริงนั้นไม่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณชนได้หากไม่ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมาธิการด้านความปลอดภัยการเดินทางแห่งชาติอินโดนีเซียเสียก่อน
จากข้อมูลดังกล่าวทำให้เกิดคำถามกันขึ้นว่า เพราะเหตุใดนักบินถึงขาดการติดต่อไป และเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น
ซีเอ็นเอ็นรายงานอ้างผู้เชี่ยวชาญส่วนหนึ่งที่เชื่อว่า เครื่องบินลำนี้อาจจะเกิดการเสียแรงยกจนเกิดการสตอลหรือเครื่องบินเสียการทรงตัวจนตั้งฉากและตกลงเนื่องจากความเร็วของเครื่องลดลง หรือไม่เช่นนั้นนักบินก็อาจจะทำองศาเลี้ยงมากเกินไปเพื่อให้เกิดแรงยก
นอกจากนั้น นักวิเคราะห์ยังให้ความเห็นด้วยว่า นักบินอาจจะไม่ได้รับข้อมูลถึงที่ตั้ง ณ ขณะนั้นของตัวเครื่อง หรือไม่ก็อาจจะเกิดพายุลูกเห็บอย่างหนักในพื้นที่ที่อาจจะสร้างความเสียหายรุนแรงต่อเครื่องยนต์ได้
กระนั้นก็ตามการไขปริศนาเหล่านี้จำเป็นที่จะต้องได้รับข้อมูลจากกล่องดำที่ติดตั้งในตัวเครื่องเท่านั้นถึงจะตอบได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่กับเที่ยวบิน 8501 นี้
“เราจะไม่รู้ได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเครื่องยนต์ จนกว่าจะพบกล่องดำ” บิล ซาเวจ อดีตนักบินประสบการณ์สูงกว่า 30 ปี กล่าวกับซีเอ็นเอ็น







