
อาเบะทุ่มงบ9แสนล.ฟื้นศก.
ญี่ปุ่นผ่านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฉบับใหม่ กระจายเม็ดเงินสู่ท้องถิ่น สู้วิกฤตสินค้าแพงหลังขึ้นภาษี
ญี่ปุ่นผ่านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฉบับใหม่ กระจายเม็ดเงินสู่ท้องถิ่น สู้วิกฤตสินค้าแพงหลังขึ้นภาษี
สำนักข่าวเกียวโด รายงานว่า คณะรัฐมนตรีของ ชินโสะ อาเบะ ผ่านร่างงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจราว 3.5 ล้านล้านเยน (ราว 9.56 แสนล้านบาท) หลังจากที่เศรษฐกิจในระดับภูมิภาคประสบปัญหาราคาสินค้าสูงหลังจากการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (เซลแท็กซ์) เมื่อเดือน เม.ย. และค่าเงินเยนอ่อนตัว
ด้านเสาหลักของการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้ คือ การกระตุ้นการบริโภคเป็นเม็ดเงิน 1.2 ล้านล้านเยน และอีก 6 แสนล้านเยน สำหรับการฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่น ส่วน 1.7 ล้านล้านเยน สำหรับโครงการป้องกันภัยธรรมชาติ
นอกจากนี้ รัฐบาลกรุงโตเกียวยังจัดสรรเงินสำหรับท้องถิ่นที่เศรษฐกิจซบเซาและสัดส่วนประชากรลดลงอีก 4.2 แสนล้านเยน ซึ่งงบประมาณส่วนนี้ยังรวมถึงโครงการแจกคูปองสนับสนุนการบริโภคและการอุดหนุนราคาพลังงาน และโครงการสนับสนุนให้คนย้านถิ่นฐานไปอยู่ต่างจังหวัดมากขึ้น
ขณะที่อีก 3 แสนล้านเยน จะถูกจัดสรรไว้สำหรับโครงการที่จะมีผลต่อเศรษฐกิจโดยทันที
ทั้งนี้ นโยบายเศรษฐกิจของอาเบะ ที่เน้นการผ่อนคลายทางการเงินและการเพิ่มการใช้จ่ายของภารรัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งผลดีต่อผลประกอบการของธุรกิจส่งออก และกระตุ้นให้ดัชนีตลาดหุ้นทะยานขึ้นถึง 2 เท่า ตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2012
อย่างไรก็ดี ยังคงมีการวิจารณ์กันว่า นโยบายอาเบะโนมิกส์นั้นเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจส่งออกรายใหญ่และคนร่ำรวยในเมืองเท่านั้น ขณะที่ภาคครัวเรือนและธุรกิจขนาดเล็กต้องแบกรับราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นจากการขึ้นภาษีการค้าเมื่อเดือน เม.ย. และค่าเงินเยนที่อ่อนตัวลง จึงส่งผลให้นายกรัฐมนตรีอาเบะต้องเน้นมาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจในภูมิภาคมากขึ้น
ด้านคณะกรรมาธิการร่วมด้านภาษีระหว่างพรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) และพรรคร่วมรัฐบาล นิว โคเมะโตะ เห็นตรงกันว่าต้องมีการปฏิรูปโครงสร้างภาษี โดยจะมีการลดอัตราภาษีนิติบุคคลอีก 2.51% ในปีงบประมาณ 2015 โดยอัตราภาษีนิติบุคคลปัจจุบันในกรุงโตเกียวอยู่ที่ 35.64%
นอกจากนั้น การปฏิรูปโครงสร้างภาษียังมีการขยายฐานภาษีของธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งจะเข้ามาชดเชยรายได้ที่รัฐบาลสูญเสียไปจากการลดภาษีนิติบุคคล โดยคาดการณ์ว่ารัฐบาลน่าจะสามารถจัดเก็บรายได้ราว 8.5 แสนล้านเยน จากรายได้ที่ต้องสูญเสียไป 1.2 ล้านล้านเยน
คณะกรรมาธิการดังกล่าวยังตกลงกันว่าจะมีการลดภาษีอีกในปีงบประมาณ 2017 เพื่อลดผลกระทบจากการปรับเซลแท็กซ์จาก 8% เป็น 10% ในเดือน เม.ย.ปีเดียวกัน
ทั้งนี้ เศรษฐกิจแดนปลาดิบเผชิญภาวะสะดุดตัวหลังการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 5% เป็น 8% เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลทำให้สกุลเงินเยนอ่อนค่า สร้างผลกระทบให้สินค้านำเข้ารวมถึงพลังงานมีต้นทุนสูงขึ้น จนการบริโภคชะลอตัวลงและเป็นเหตุให้เศรษฐกิจญี่่ปุ่นหดตัวติดต่อกันถึง 2 ไตรมาส จนเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิค







