
รัสเซียทุ่ม5แสนล.กู้รูเบิ้ล
รัสเซียทุ่ม 1.57 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ อุ้มรูเบิ้ล กู้วิกฤตค่าเงิน
รัสเซียทุ่ม 1.57 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ อุ้มรูเบิ้ล กู้วิกฤตค่าเงิน
ธนาคารกลางรัสเซียเปิดเผยผ่านเว็บไซต์ของทางการว่า ได้ใช้ทุนสำรองระหว่างประเทศของรัสเซียไปมากถึง 1.57 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.02 แสนล้านบาท) ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อการกู้สถานการณ์เงินรูเบิ้ลอ่อนค่า และเพื่อให้การสนับสนุนแก่สถาบันการเงินที่ได้รับผลกระทบ หลังจากเกิดวิกฤตรูเบิ้ลอ่อนค่าลงอย่างรุนแรงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน เงินกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ 2 กองในสัดส่วนการถือครองของธนาคารกลางแดนหมีขาว ยังปรับลดลงด้วยเช่นกัน โดยลดลงมาอยู่ที่ 3.98 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.27 ล้านล้านบาท) หรือเท่ากับปรับลดลง 22% เมื่อเทียบกับมูลค่าเมื่อต้นปี
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้น หลังจากที่ธนาคารกลางแดนหมีขาวซึ่งนำโดย แอลวิรา นาบิอูลลินา จำเป็นต้องเข้าแทรกแซงสถานการณ์การอ่อนค่าของสกุลเงินรูเบิ้ล ซึ่งแย่ที่สุดตั้งแต่เหตุการณ์การผิดนัดชำระหนี้ของรัสเซียในปี 1998 โดยธนาคารกลางใช้ทั้งมาตรการขึ้นดอกเบี้ย 6.5% และมาตรการลดความต้องการเงินเหรียญสหรัฐในตลาด แต่กลับไม่สามารถหยุดการอ่อนค่าของเงินรูเบิ้ลได้ โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สกุลเงินท้องถิ่นของรัสเซียอ่อนค่าลงไปถึง 80 รูเบิ้ล/เหรียญสหรัฐ
วลาดิมีร์ โอซาคอฟสกี หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำรัสเซียของธนาคารอเมริกา แสดงความเห็นว่า การอ่อนค่าอย่างหนักเป็นข่าวร้ายสำหรับค่าเงินรูเบิ้ล ขณะที่การเข้าแทรกแซงของธนาคารกลางไม่สามารถทำให้ค่าเงินแข็งขึ้นอย่างยั่งยืนแม้แต่ในระยะปานกลางก็ตาม
ธนาคารกลางรัสเซียยังขายเงินเหรียญสหรัฐไปในตลาดถึง 4,800 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.53 แสนล้านบาท) และเตรียมเงินไว้อีก 9,800 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.13 แสนล้านบาท) สำหรับการซื้อคืนพันธบัตรซึ่งออกในรูปแบบสกุลเงินต่างประเทศตั้งแต่วันที่ 19 ธ.ค.ที่ผ่านมา
“กรณีที่เงินสำรองของธนาคารกลางรัสเซียลดลงไปอยู่ที่ระดับ 1.72 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นเม็ดเงินที่เพียงพอสำหรับการนำเข้า 6 เดือนครึ่ง นับเป็นตัวเลขที่พอรับได้” โอซาคอฟสกี กล่าว
ด้านข้อมูลซึ่งรวบรวมโดยบลูมเบิร์กชี้ว่า สกุลเงินท้องถิ่นของรัสเซียเป็นสกุลเงินที่มีอัตราการอ่อนค่ามากที่สุดในโลก และอ่อนค่าลงถึง 27% เมื่อเทียบกับสกุลเงินเหรียญสหรัฐในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ค่าเงินท้องถิ่นของแดนหมีขาวเริ่มอ่อนค่าอย่างหนักหลังจากทิศทางราคาน้ำมันโลกก้าวสู่ช่วงขาลง เนื่องจากรัสเซียเป็นประเทศที่ต้องพึ่งพาการส่งออกพลังงาน กอปรกับการใช้มาตรการคว่ำบาตรของโลกตะวันตกซึ่งยิ่งกดดันให้เศรษฐกิจของแดนหมีขาวเข้าสู่ภาวะถดถอย







