
เจ้าพ่ออินเทอร์เน็ตแดนอิเหนา
เมื่อครอบครัวได้ก่อตั้งธุรกิจจนประสบความสำเร็จ ความหวังของครอบครัวจึงต้องการให้ทายาทมาสืบสานทำธุรกิจต่อเนื่อง
เมื่อครอบครัวได้ก่อตั้งธุรกิจจนประสบความสำเร็จ ความหวังของครอบครัวจึงต้องการให้ทายาทมาสืบสานทำธุรกิจต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจที่มีมูลค่าสูงเป็นพันล้านเหรียญสหรัฐ และเจ้าของธุรกิจเป็นถึงมหาเศรษฐีอันดับต้นของประเทศ
มาร์ติน ฮาร์โตโน ลูกชายของโรเบิร์ต ฮาร์โตโน มหาเศรษฐีชาวอินโดนีเซีย เจ้าของกิจการยาสูบรายใหญ่ที่สุดของประเทศ เขาถูกคาดหวังว่าจะต้องก้าวเข้ามาเป็นหัวเรือใหญ่ของธุรกิจครอบครัว ทำธุรกิจตามรอยผู้เป็นพ่อ
หลังจากสำเร็จการศึกษาจากประเทศสหรัฐอเมริกา และกลับมายังจาการ์ตาในปี 2541 ฮาร์โตโนได้เข้าทำงานในธุรกิจครอบครัว จารัม กรุ๊ป เป็นระยะเวลา 12 ปี งานแรกที่ได้รับมอบหมาย คือการเข้ามาดูแลด้านเทคโนโลยี ซึ่งเป็นทางที่เขาถนัดและชื่นชอบ แต่เมื่อเวลาผ่านไปเขากลับรู้สึกว่างานที่ทำอยู่นั้นไม่ได้ตรงกับสิ่งที่เขาต้องการอย่างแท้จริง
ในปี 2553 เขาจึงได้ตัดสินใจลาออกจากบริษัทของครอบครัว และมาเปิดบริษัทของตัวเอง ที่มีชื่อว่า โกลบอล ดิจิทัล พรีม่า เวนเจอร์ ซึ่งเป็นบริษัทการลงทุนด้านเทคโนโลยี โดยจะมุ่งเน้นการลงทุนในธุรกิจอินเทอร์เน็ต ซึ่งการตัดสินใจในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้เป็นพ่ออย่างเต็มที่
ฮาร์โตโนได้เห็นแนวโน้มที่เติบโตขึ้นของการใช้โซเชียลมีเดีย ทั้งเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ ในปี 2553 บริษัทของเขาจึงเริ่มเข้าซื้อหุ้นทั้งเล็กและใหญ่ของเว็บไซต์ยอดนิยมต่างๆ ด้วยอาวุธที่มีอยู่คือเงินทุน 100 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้บริษัทของเขาเป็นบริษัทด้านการลงทุนในกลุ่มธุรกิจเว็บไซต์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ การลงทุนที่ประสบความสำเร็จที่สุดของเขา คือการเข้าซื้อหุ้นของ Kaskus ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ มีสมาชิกกว่า 4.8 ล้านคน และมีผู้เข้าชมเว็บไซต์มากกว่า 20 ล้านคนต่อวัน และยังมีอีกหลายเว็บไซต์
ฮาร์โตโนวางแผนไว้ว่าภายใน 5 ปี บริษัทของเขาจะสามารถคืนทุนได้ทั้งหมด ปัจจุบันเป้าหมายของบริษัทของเขาคือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงได้ง่ายที่สุด เพราะเมื่ออินเทอร์เน็ตมีความสำคัญมากขึ้น ก็จะเป็นช่องทางดึงดูดโฆษณาให้เข้ามามากขึ้น อีกทั้งปัจจุบันคนใช้สายตามองจอคอมพิวเตอร์มากกว่ามองจอโทรทัศน์







