
เยนอ่อนส่อปะทุศึกค่าเงิน
เงินเยนอ่อนกดดันทั่วเอเชียแข่งลดค่าเงิน-ธุรกิจปลาดิบส่อแววลดเอฟดีไอในเอเชีย
เงินเยนอ่อนกดดันทั่วเอเชียแข่งลดค่าเงิน-ธุรกิจปลาดิบส่อแววลดเอฟดีไอในเอเชีย
วอลสตรีท เจอร์นัล เปิดเผยรายงานเชิงวิเคราะห์ว่า กรณีที่สกุลเงินเยนของญี่ปุ่นมีแนวโน้มอ่อนค่าลงกดดันให้ผู้กำหนดนโยบายทางการเงินทั่วเอเชียต้องปรับลดค่าเงินเพื่อรักษาศักยภาพการแข่งขันสินค้าในตลาดโลก เนื่องจากค่าเงินเยนที่อ่อนลงจะทำให้สินค้าส่งออกญี่ปุ่นมีราคาถูกจนแย่งส่วนแบ่งการตลาด
ปัจจุบันเงินเยนอ่อนค่าลง 4.8% เมื่อเทียบกับสกุลเงินเหรียญสหรัฐ หลังจากที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ประกาศขยายวงเงินการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเหนือความคาดหมายเมื่อวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา
รายงานระบุว่า สกุลเงินวอนของเกาหลีใต้เป็นสกุลเงินที่ได้รับผลกระทบจากความเคลื่อนไหวของญี่ปุ่นมากที่สุด เนื่องจากญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้เป็นคู่แข่งกันในด้านสินค้าอุตสาหกรรมอย่างรถยนต์
ลีจูยอล ผู้ว่าการธนาคารเกาหลีใต้ (บีโอเค) กล่าวแสดงความเห็นต่อผลกระทบในแง่ลบจากสกุลเงินเยนว่า ทางบีโอเจพยายามรักษาเสถียรภาพในตลาดจากการกระทำแต่ฝ่ายเดียว โดยค่าเงินวอนอ่อนลง 3.7% ตั้งแต่วันที่ 31 ต.ค.
นักเศรษฐศาสตร์หลายสำนักระบุตรงกันว่า สกุลเงินในเอเชียเริ่มเคลื่อนไหวตามเงินเยน เช่นเดียวกับการเคลื่อนไหวตามสกุลเงินเหรียญสหรัฐ เนื่องจากชาติในเอเชียมีความสัมพันธ์ด้านการค้าและการลงทุนที่กระชับแน่นกับแดนซามูไร โดยข้อมูลจากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (ไจก้า) เปิดเผยว่า สัดส่วนการลงทุนโดยตรง (เอฟดีไอ) จากญี่ปุ่นถึง 1 ใน 4 จากทั้งหมดที่ไหลเข้าสู่เอเชียในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2014 อีกทั้งยังมีมูลค่าสูงถึง 1.48 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.73 แสนล้านบาท)
นอกจากนี้ เงินเยนที่อ่อนค่าลงอาจทำให้ธุรกิจญี่ปุ่นปรับลดสัดส่วนเอฟดีไอในต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศในเอเชีย ถึงแม้ว่าประเทศเหล่านั้นจะมีอัตราค่าจ้างต่ำและต้นทุนการประกอบการถูก ด้วยเหตุที่เงินเยนแลกเปลี่ยนเป็นเงินสกุลอื่นได้น้อยลง ทำให้นักลงทุนหันมาลงทุนภายในแดนอาทิตย์อุทัยมากขึ้น
ไอรีน ฉวง นักกลยุทธ์ด้านอัตราแลกเปลี่ยนเอเชียของธนาคารเอเอ็นแซดในสิงคโปร์ กล่าวว่า ประเทศไทยซึ่งเป็นผู้รับเอฟดีไอรายใหญ่เป็นอันดับ 3 จะได้รับผลกระทบจากค่าเงินเยนที่อ่อนลง ถึงแม้สัดส่วนการลงทุนจากญี่ปุ่นจะไม่เปลี่ยนแปลงก็ตาม
อย่างไรก็ดี นักลงทุนบางส่วนยังเชื่อว่าสกุลเหรียญสหรัฐยังคงเป็นแรงกระตุ้นความเคลื่อนไหวของสกุลเงินในเอเชียไม่ใช่เงินเยน โดยอ้างว่าค่าของสกุลเงินเอเชียอ่อนค่าลงเพราะได้รับแรงกดดันจากสกุลเงินเหรียญสหรัฐที่แข็งค่าขึ้น
ทั้งนี้ สกุลเงินเยนมีแนวโน้มอ่อนค่าลงหลังจากที่บีโอเจใช้มาตรการเข้าซื้อสินทรัพย์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และยังได้รับปัจจัยหนุนจากการตัดสินใจชะลอการขึ้นภาษีการค้าและยุบสภาของนายกรัฐมนตรี
ชินโสะ อาเบะ ส่งผลให้เงินเยนอ่อนค่ามากที่สุดในรอบ 7 ปีเมื่อเทียบกับค่าเงินเหรียญสหรัฐ







