
เปิดโพยเกาหลี...
หากเปรียบเทียบเกาหลีกับบุคคลหนึ่งที่กลับชาติมาเกิดใหม่เมื่อสงครามเกาหลีสงบ บัดนี้ เขาก็มีอายุราว 61 ปี
โดย...เพียงออ วิไลย [email protected]
หากเปรียบเทียบเกาหลีกับบุคคลหนึ่งที่กลับชาติมาเกิดใหม่เมื่อสงครามเกาหลีสงบ บัดนี้ เขาก็มีอายุราว 61 ปี โชคดีเหลือเกินที่นายเกาหลีมีความสามารถในการระลึกชาติได้ ดังนั้นจึงสามารถพัฒนาตนเองได้อย่างรวดเร็วโดยอาศัยประสบการณ์ในชาติภพก่อนที่สั่งสมมาเกือบสี่พันปีเป็นพื้นฐาน ด้วยเหตุนี้ Learning Curve ของเขาจึงพุ่งขึ้นแรงมากในช่วงอายุ 30 พออายุ 40 ก็นับได้ว่าประสบความสำเร็จในการดำรงชีวิตที่ดีกว่าเมื่อเทียบกับคนอื่นๆ รอบข้าง... ปรากฏว่า ชายหนุ่มใหญ่วัย 40 เศษของเราเมื่อ 18 ปีก่อน เริ่มอยากจะได้รับการยอมรับจากสังคมโลก ซึ่งเป็นความต้องการขั้นที่ 4 ตามทฤษฎีความต้องการ 5 ขั้น ของ Maslow เป๊ะ... ดังนั้นเขาจึงไปสมัครเข้าเป็นสมาชิกขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organization for Economic Cooperation and DevelopmentOECD) ด้วยความภาคภูมิใจ...
ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้นายเกาหลีต้องปรับตัวให้สามารถปฏิบัติตาม “หลักการกํากับดูแลกิจการของ OECD” ซึ่งมีแนวทางที่นำให้การบริหารกิจการภายในต้องโปร่งใสไร้คอร์รัปชั่น และยึดถือตามหลักการปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ...สิ่งนี้กลายเป็นปัจจัยภายนอกที่ผลักดันให้เกาหลีต้องรณรงค์กวาดล้างในบ้านตนเอง และเมื่อดำเนินการไปอย่างไรก็ต้องรายงานความคืบหน้าให้ OECD ได้ทราบเป็นระยะด้วย... รายงานเหล่านี้จึงเปรียบได้กับ Milestone ที่บอกระยะทางว่าเกาหลีได้เข้าใกล้หลักชัยมากน้อยเพียงใด... ลองดูกันค่ะว่าเขาทำอะไรไปบ้าง
รายงานฉบับแรก จัดทำในปี 1999 เป็นเรื่องการทวนสอบกฎหมายการต่อต้านการคอร์รัปชั่นของเจ้าหน้าที่รัฐและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับกิจการค้าระหว่างประเทศ ...อ่านแล้วไม่ค่อยน่าตื่นเต้นเท่าไร แต่พอมาถึงรายงานฉบับที่สอง ก็เริ่มน่าตื่นเต้นขึ้นมานิดหนึ่งแล้ว เพราะเปิดเผยการคอร์รัปชั่นที่เกี่ยวข้องกับการค้าระหว่างประเทศ 2 กรณี... กรณีที่ 1 CEO ของบริษัทเกาหลีชื่อ Aulson and Sky ได้จ่ายสินบนหลายครั้ง รวมเป็นเงิน 4 แสนดอลลาร์สหรัฐ ไปที่ภรรยาของนายทหารอเมริกันซึ่งอยู่ในฐานทัพอเมริกันในเกาหลีเพื่อแลกกับข้อมูลลับในการประมูลงานของฐานทัพอเมริกัน ซึ่งมีมูลค่างานถึง 24,700,000 ดอลลาร์สหรัฐ ...ศาลทหารสหรัฐได้ติดสินจำคุกนายทหารผู้นั้นเป็นเวลา 54 เดือน และให้จ่ายค่าปรับจำนวนหนึ่ง ส่วนภรรยาให้อยู่ในความควบคุมเป็นเวลา 2 ปี ...ฝั่งเกาหลี ศาลประจำกรุงโซลได้พิพากษาให้ลงโทษ CEO รายนั้น โดยจำคุก 18 เดือน และให้จ่ายค่าปรับเป็นเงิน 10 ล้านวอน (ราว 3 แสนบาท) ส่วนนิติบุคคลบริษัทต้องจ่ายค่าปรับเป็นเงิน 100 ล้านวอน (ราว 3 ล้านบาท)
กรณีที่ 2 คล้ายคลึงกัน คือ CEO บริษัทเกาหลีอีกบริษัทหนึ่ง ได้เสนอเงินสินบนจำนวน 2 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่คณะผู้ตรวจสอบการประมูลงานของฐานทัพสหรัฐในเกาหลี เพื่อให้หยุดการสอบสวนกรณีที่บริษัทเกาหลีหลายบริษัทได้ร่วมกันปรับแต่งราคาประมูลงานเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่พวกตน ศาลสูงเกาหลีได้ตัดสินจำคุกผู้เสนอสินบนเป็นเวลา 10 เดือน และสั่งปรับ 10 ล้านวอน (ราว 3 แสนบาท)
ในรายงานฉบับที่สาม เป็นการทวนสอบกฎหมายและรายงานการปรับปรุงแก้ไขระเบียบบทลงโทษในการกระทำผิดของผู้ตรวจสอบบัญชีรับอนุญาต และผู้จัดทำรายงานทางการเงินของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ และรายงานกรณีคอร์รัปชั่นเกี่ยวกับการค้าระหว่างประเทศ และบทลงโทษเพิ่มเติมจำนวน 7 คดี ...รายงานฉบับที่สี่ ได้รายงานการตัดสินลงโทษผู้กระทำผิด เพิ่มอีก 3 กรณี ...รายงานฉบับสุดท้าย เมื่อเดือน พ.ค. 2014 ได้รายงานการสร้างตารางมาตรฐานของค่าปรับกรณีพบว่ามีความผิด และรายงานผลการริบคืนซึ่งทรัพย์สินที่สืบพบว่ามาจากการทุจริต
รายงานเปิดเผยสถานการณ์จริงทำให้น่าสนใจดีค่ะ ทว่าเนื่องจากรายงานจัดทำขึ้นตาม “ข้อตกลงการต่อต้านการคอร์รัปชั่นของเจ้าหน้าที่รัฐและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับกิจการค้าระหว่างประเทศ” จึงเปิดเผยข้อมูลเฉพาะปัญหาการคอร์รัปชั่นในการค้าระหว่างประเทศ น่าเสียดายที่ไม่มีข้อมูลปัญหาการคอร์รัปชั่นภายในประเทศที่มีมากมายกว่าหลายเท่า...







